Predicting Happiness and Unhappiness… ทำนายสุขและทุกข์

Smile

ก่อนที่โลกจะมีแต่เรื่อง COVID19 ให้ปวดหัว… กระแสระดับโลกเรื่องหนึ่งที่หนาหูขึ้นทุกวันคือ Gross Domestic Happiness หรือ GDH ถึงขั้นถูกเสนอให้เป็นตัวชี้วัดระดับการพัฒนาของสังคม แทนผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ GDP หรือ Gross Domestic Product มาแล้ว

ประเด็นก็คือ… คนส่วนใหญ่จินตนาการถึงความสุขต่างกัน แถมประสบการณ์ความสุขยังไม่เหมือนกันได้ด้วย แม้ว่าเงื่อนไขสิ่งแวดล้อมจะเหมือนกันทุกอย่าง… แถมบางเรื่อง บางกรณี เหตุการณ์เงื่อนไขเดียวกัน ยังกระทบสุขทุกข์ต่างกันได้เพราะประเด็นเล็กๆ น้อยๆ ที่กระทบจิตใจ ความรู้สึกและทัศนคติที่ไม่เหมือนกัน

Dr.Daniel Todd Gilbert นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด เจ้าของผลงาน Stumbling on Happiness: Why the Future Won’t Feel the Way You Think It Will… และ ผลงานเผยแพร่ประเด็นความสุขในชีวิตคนมากมายที่ศึกษาค้นคว้าผ่านงานวิจัยหลากหลายประเด็นคำถาม โดยเฉพาะงานวิจัยเรื่อง Decisions and Revisions: The Affective Forecasting of Changeable Outcomes ที่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับ “ความสุขว่าด้วย… เปลี่ยนใจได้ กับ หมดสิทธิ์เปลี่ยนใจ”

งานวิจัยได้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชมรมถ่ายภาพ โดยผู้วิจัยได้ให้นักศึกษาได้ชมนิทัศน์การผลงานของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่อย่างโมเนต์ หรือ Monet ชาวฝรั่งเศส… และนักศึกษาสามารถเลือกพิมพ์ภาพโมเน่ที่ชอบเป็นของตัวเองและเอากลับบ้านได้… กลุ่มหนึ่งได้สิทธิ์เปลี่ยนใจเอาภาพที่สั่งพิมพ์มาคืนเพื่อเลือกพิมพ์ภาพใหม่ได้… อีกกลุ่มหนึ่งเลือกพิมพ์ภาพไหนไป ก็ได้สิทธิ์แค่ชิ้นนั้น ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยน

งานวิจัยชิ้นนี้พบว่า… กลุ่มที่พิมพ์ภาพกลับบ้านโดยไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนใจ มีความพอใจหรือมีความสุขกับภาพที่เลือกมากกว่า กลุ่มที่ได้สิทธิ์เอากลับมาคืนเพื่อพิมพ์ภาพชุดใหม่

อีกประเด็นหนึ่งที่ Elizabeth W. Dunn และ Daniel T. Gilbert กับ Timothy D. Wilson  ได้ร่วมกันศึกษาไว้เกี่ยวกับความพึงพอใจผ่านความสัมพันธ์ของ “เงินกับความสุข” หัวข้อ If Money Doesn’t Make You Happy Then You Probably Aren’t Spending It Right พบว่า… 57% พึงพอใจการซื้อประสบการณ์แบบท่องเที่ยวผจญภัย หรือไปต่างถิ่น และอีก 34% พอใจจากการได้ซื้อสินค้าที่เป็นวัตถุ ประเภท ช้อป ช้อป ช้อป… อีกประเด็นหนึ่งก็คือ การใช้เงินให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น หรือ การช่วยเหลือผู้อื่น หรือ การให้ ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม และปรับปรุงสัมพันธภาพกับผู้อื่น… ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสุขอย่างมีนัยยะสำคัญ

นอกจากนั้น งานค้นคว้าประเด็นนี้ยังชี้ว่า… การชะลอการบริโภคความสุขออกไป เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เรื่องความสุข จากความคาดหวัง เช่น การเดินทางท่องเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ แวะนั่นแวะนี่เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระหว่างทาง เพิ่มความสุขได้มากกว่า…

ในหนังสือ Stumbling on Happiness: Why the Future Won’t Feel the Way You Think It Will ของ Dr.Daniel Todd Gilbert พูดถึงกลไกความสุขที่มาจากสมอง หรือ ที่ถูกต้องคือ ความสุขมาจากวิธีการทำนายของสมอง… ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ

Daniel Todd Gilbert

1. สมองจะใช้ข้อมูลที่ถูกบันทึกหรือรับรู้มาก่อนในอดีต ร่วมกับข้อมูลในปัจจุบัน เพื่อทำนายอนาคตโดยอัตโนมัติ… เพราะสมองจะรับรู้ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่หนึ่งขึ้น… ย่อมต้องเกิดเหตุการณ์ที่สองตามมาอย่างแน่นอน ซึ่งสมองจะใช้กลไกระดับสัญชาตญาณ ซึ่งการทำนายระดับนี้ของสมองแทบจะไม่ต้องใช้ความสามารถใดๆ แบบที่เรียกว่าไม่ต้องใช้สมองเลย และ ความสามารถระดับนี้ก็ไม่ได้มีเฉพาะมนุษย์เท่านั้น ลิงก็มีความสามารถนี้ด้วย 

2. สมองทำนายถึงเฉพาะ “สิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น” ในอดีตและปัจจุบัน แต่มีการคาดการณ์หรือวางแผนจะเกิดในอนาคต ซึ่งเกิดได้เฉพาะกับมนุษย์ผู้ใหญ่ที่มีบริเวณสมองส่วนหน้าสมบูรณ์แล้วเท่านั้น… เพราะมนุษย์ใช้สมองส่วนหน้าคิดหมุนเวียน เรียนรู้อยู่แต่กับข้อมูลในปัจจุบัน ไม่สามารถคาดการณ์ถึงอนาคตหรือวางแผนอนาคตได้อัตโนมัติ… แต่ถ้าใส่ “จินตนาการถึงสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น” สมองส่วนหน้าจะเป็นเหมือน Time Machine พาไปสู่อนาคต 

เมื่อมนุษย์คิดถึงอนาคต… ซึ่งเป็นการคาดการณ์ ถึงขั้นเป็นการเตรียมการล่วงหน้า สามารถทำให้มนุษย์มีความสุข ลดความทุกข์ และสามารถรับมือกับสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้… ยิ่งไปกว่านั้น มนุษย์ยังเกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณที่ “อยากควบคุม อยากมีโอกาสเลือก และอยากคาดการณ์หรือคาดเดาถูก”

งานค้นคว้าของ พญ. นภาพร ลิมป์ปิยากร… ยกผลการศึกษาวิจัยที่ทำกับ ผู้พักอาศัยในบ้านพักคนชรา 2 กลุ่ม… กลุ่มแรก คนชราจะเป็นผู้กำหนดเวลาให้นักศึกษามาเยี่ยม… กลุ่มที่ 2 นักศึกษาเป็นผู้กำหนดเวลามาเยี่ยม… 6 เดือนต่อมาพบว่า… คนชรากลุ่มแรกมีสุขภาพดีกว่าและเสียชีวิตน้อยกว่า เพราะคนกลุ่มนี้รู้สึกว่าเป็นผู้ควบคุมและเป็นฝ่ายเลือกจึงมีความสุขมากกว่า… แต่เมื่อนักศึกษาหยุดไปเยี่ยมคนชราทั้งสองกลุ่ม ผลกลับกลายเป็นว่า คนชรากลุ่มแรกมีสุขภาพแย่ลงมากกว่าและเสียชีวิตมากกว่า เพราะคนกลุ่มนี้รู้สึกสูญเสียการควบคุมมากกว่าคนกลุ่มที่สอง ความต้องการควบคุม หรือ การเป็นผู้กำหนด จึงทรงพลังอย่างยิ่งต่อทัศนคติเรื่องความสุข… และการควบคุมก็เชื่อมโยงกับทักษะการทำนายโดยสมอง ซึ่งสมองของผู้สูงอายุที่กำหนดให้นักศึกษามาเยี่ยมตามต้องการ แต่นักศึกษาไม่มาตามนัด สมองจึงหลั่ง คอร์ติซอล หรือ Cortisol หรือ ฮอร์โมนแห่งความเครียด

ประเด็นก็คือ… ความสุขเป็นนามธรรมอย่างมาก เพราะเป็นข้อสรุปของการคิดจากสมอง และ การทำงานด้วยกลไกทางประสาทวิทยา ที่เชื่อมโยงกับทุกสิ่งที่เป็นเรา และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรา… ในหนังสื่อ Designing Your Life ของ Bill Burnett & Dave Evans จึงแนะนำเรื่องการเลือก โดยเฉพาะการเลือกหนทางชีวิต ส่วนใหญ่ผลการเลือกจะไม่ได้เป็นแบบที่คาดการณ์ หรือที่สมองคาดการณ์หรือทำนายไว้… ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือ การเลือกไม่ใช่เครื่องยันยันว่าใช่หรือไม่ใช่ ถูกหรือผิด ชอบหรือไม่ชอบ… เหมือนนักศึกษาที่ได้สิทธิ์เปลี่ยนภาพ และลังเลจนเปลี่ยนใจในตอนหลัง ทั้งที่ได้เลือกไปแล้ว ซึ่งระหว่างลังเล คนกลุ่มนี้จะคิดวนคิดเวียนเหมือนติดกับดัก ที่ล้อมโดยความพอใจกับไม่พอใจ… กับดักความสุขจึงอยู่ที่ จะยอมจบตั้งแต่เลือก แล้วไปทำอย่างอื่น หรือกลับมาแก้ไขการเลือกเดิมซ้ำๆ จนขาดความสุข

ในหนังสื่อ Designing Your Life ของ Bill Burnett & Dave Evans จึงสรุปไว้เลยว่า… แท้จริงแล้วผลของการเลือก ไม่ได้อยู่ที่ตอนเลือก แต่อยู่ที่หลังจากที่เลือกไปแล้วจะจัดการอย่างไร… ต่างหาก!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

crimson tide

Crimson Tide… ลึกทมิฬ

หนังเรื่องนี้เปิดให้เห็นมิติของความขัดแย้งหลายรูปแบบ… เปิดให้เห็นภาวะผู้นำทั้งแบบห้าวหาญฮึกเหิม แต่ตัดสินใจด้วยความกลัว… และเปิดให้เห็นภาวะผู้นำแบบตัดสินใจตามข้อมูล และเสียสละอย่างกล้าหาญ เพื่อหาทางตรวจสอบข้อมูลและปกป้องความเสียหายขนาดใหญ่ทุกทาง… และในหนัง ยังจิกกัดคำกล่าวอ้างสากลที่ใช้อำพรางการกระทำที่สร้างความเสียหายในวงกว้างอย่างคำว่า… We’re here to preserve democracy. หรือ เรามาที่นี่เพื่อปกป้องประชาธิปไตย… ทั้งๆ ที่การตัดสินใจและการใช้อำนาจล้วนทำโดยแนวทางเผด็จการทหารสุดลิ่มทีเดียว

A five-factor theory of personality

OCEAN Of Personality… บุคลิกภาพหลัก 5 ประการ #SelfInsight

ในทางจิตวิทยาถือว่าบุคลิกภาพบอกและทำนายอนาคตคนได้ เช่น กรณีที่ท่านเป็นคนขยัน เป็นคนวางใจได้ และเป็นคนอดทน… ในทางจิตวิทยาจะจัดท่านให้อยู่ในกลุ่มคนที่มีบุคลิกภาพแห่งความสำเร็จ หรือ กลุ่มบุคลิกภาพพิถีพิถัน ซึ่งระดับความพิถีพิถันที่ต่างกันระหว่างบุคคล สามารถใช้ “พยากรณ์ความสำเร็จล้มเหลว” ของบุคคลได้ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งบุคลิกภาพพิถีพิถัน หรือ Conscientiousness ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของโมเดลลักษณะบุคลิกภาพหลัก 5 ประการที่นักจิตวิทยาใช้เป็นกรอบประเมินบุคลิกทั่วไป

ขยะพลาสติกโดยสังเขป

กระแส #FridaysForFuture และ #GretaThunberg ยังคงร้อนแรงในห้วงที่ มีการจัดประชุมใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ ณ มหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา… ผมดีใจที่เด็กๆ ทั่วโลกตื่นตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และกำลังสร้างความกังวลให้หลายๆ ฝ่าย รวมทั้งส่งสารถึงหลายๆ ฝ่ายในโหมดที่สร้างสรรค์

Experience Learning

Pre-creation Learning…

การเข้าถึง Insight ของผู้เรียนผ่านรูปแบบ Co-creation “น่าจะ” ทำให้ผู้เรียน แบ่งปัน Personality กับ Experience ที่ผู้เรียนมีและเป็น อย่างตรงไปตรงมาจนทำให้สามารถทำ Personalized Learning ได้แม่นยำขึ้น