ริวิวเชิงบวกจากลูกค้าตัวจริง คือคำโฆษณาที่ยิ่งใหญ่

product-reviews

ผมกลับมาจัดการไฟล์และโฟลเดอร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อจัดระเบียบข้อมูลในเครื่องที่มีขยะมากกว่าของดีๆ แต่ผมก็ไปเจอของดีๆ เป็นไฟล์ PDF ที่ผมบันทึกเก็บไว้เป็นเอกสารอ้างอิง ซึ่งเป็น E-Magazine ที่เผยแพร่โดยธนาคารกสิกรไทย ชื่อแมกกาซีน SME Inspired หรือชื่อภาษาไทยคือนิตยสารจุดประกายความคิดธุรกิจเอสเอ็มอี ฉบับเดือนสิงหาคม 2018

ปกสีเขียวสดใส พร้อมข้อความโปรยว่า Customer Journey สร้างจุดจับใจให้ลูกค้ายอมจ่าย… ทันทีที่เห็นปกผมก็จำได้ว่า ผม Save ไฟล์อีแมกกาซีนเล่มนี้ไว้เพราะอะไร… ผมเปิดไปหน้า 25 คอลัมน์ Digital Planet เรื่อง 5 เทคนิคกระตุ้นลูกค้าให้รีวิวสินค้า เขียนโดย คุณประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช… และวันนี้ขอคัดเอางานเขียนบทนี้มาฝาก เพราะคำแนะนำส่วนใหญ่จากบทความยังน่าสนใจอยู่มาก

ประเด็นก็คือ… ลูกค้าเชื่อความคิดเห็นกันเอง มากกว่าจะเชื่อคำบอกเล่าจากเจ้าของธุรกิจหรือแบรนด์… การรีวิวของลูกค้าตัวจริง จึงเท่ากับโฆษณาชั้นเลิศที่ธุรกิจต้องหาทางได้มาเพื่อส่งเสริมการตลาดให้ได้… มาดูคำแนะนำจากคุณประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช เลยครับ

การรีวิวสินค้า หมายถึง คำชมสั้นๆ แต่มีคุณค่าจากลูกค้าที่เขียนถึงประสบการณ์ในการใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา เป็นคำชมที่มาจากลูกค้าที่ซื้อสินค้าหรือบริการไปใช้ ต่อให้ธุรกิจหรือแบรนด์ตะโกนว่าดีแค่ไหน ก็ดังไม่เท่า “เสียงกระซิบว่าแย่” ที่ลูกค้าบอกกันเอง… ในทางตรงข้าม แค่ลูกค้า “กระซิบกันเองว่ายอดเยี่ยม” ยอดขายก็เพิ่มขึ้นได้ทันตาเช่นกัน

ในเชิงจิตวิทยา เมื่อลูกค้าผู้สนใจสินค้าหรือบริการได้อ่านหรือเห็นรีวิวจาก “ลูกค้าตัวจริง” ที่ซื้อสินค้าไปใช้จากเว็บไซต์หรือแหล่งที่เชื่อถือได้… พวกเขาจะไว้ใจธุรกิจหรือแบรนด์มากขึ้นกว่าเดิมมาก ซึ่งสอดคล้องกับหลักการขายพื้นฐานที่ว่า…

เมื่อผู้คนชอบคุณ เขาจะคุยกับคุณ และเมื่อเขาเชื่อคุณ เขาจะซื้อของคุณ!

รายงานวิจัยทางการตลาดส่วนใหญ่ยังให้ผลลัพธ์ตรงกันว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการจากรีวิวที่พวกเขาอ่าน  ถ้าธุรกิจหรือแบรนด์ได้รับรีวิวเชิงบวกจากลูกค้า ก็เท่ากับยอดขายที่เพิ่มขึ้นแน่นอน… ประเด็นก็คือ ทำอย่างไรถึงจะได้รีวิวดีๆ จากลูกค้า? เพราะนั่นหมายถึง การทำให้ลูกค้าลุกขึ้นมาช่วยทำการตลาดให้กับธุรกิจ… ต่อไปนี้คือคำแนะนำ 5 แนวทางเพื่อให้ได้รีวิวดีๆ ให้ธุรกิจหรือแบรนด์ของเรา

1. ขอให้ลูกค้าช่วยรีวิวผลิตภัณฑ์ของคุณ

การขอลูกค้าตรงๆ ให้ช่วยแสดงความคิดเห็นต่อผลิตภัณฑ์เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการที่จะได้รีวิว ซึ่งข้อมูลระบุว่า 70% ของลูกค้าจะให้รีวิวเมื่อได้รับการร้องขอ

ขอร้องลูกค้าอย่างจริงใจว่า “รีวิวของคุณลูกค้าสำคัญมาก” ลูกค้าที่พอใจในคุณภาพสินค้าของเรา มีโอกาสที่จะช่วยรีวิวให้ในเปอร์เซนต์ที่สูงมาก… อีกด้านหนึ่งของการร้องขอจากลูกค้าก็คือ ธุรกิจหรือแบรนด์เองจะปรับปรุงตัวเองให้ได้รีวิวที่ยอดเยี่ยมจากลูกค้าไปด้วย… และควรขอรีวิวจากลูกค้าในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยไม่ด่วนขอจนลูกค้าไม่รู้จะบอกอะไรได้ตอนนี้ หรือทิ้งไว้นานจนลูกค้าลืมธุรกิจหรือแบรนด์ไปแล้ว… ส่วนการกระตุ้นด้วยเทคนิคการตลาด เช่น ของกำนัล ส่วนลด หรือสิทธิประโยชน์ ก็ต้องระมัดระวังให้เหมาะสมสอดคล้องกับธุรกิจหรือแบรนด์ด้วย

2. เพิ่มภาพรีวิวสินค้าจากลูกค้า

ภาพถ่ายจากลูกค้าที่กำลังมีความสุขกับการใช้ผลิตภัณฑ์มีมูลค่าทางการตลาดมาก

หากลูกค้าโพสต์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของเราบนโซเชียลมีเดีย ให้รีบติดต่อและขออนุญาตนำภาพของเขาไปใช้บนช่องทางโซเชียลมีเดียของคุณทันที เพราะนั่นเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือที่สุด… แนะนำให้ลองค้นหาและรวบรวมคอนเทนต์ หรือภาพที่มีการพูดถึงผลิตภัณฑ์ของเราบนอินสตาแกรม แล้วขออนุญาตจากเจ้าของเพื่อขอใช้ภาพนั้น เป็นวิธีที่น่าสนใจและได้ผลมาก

3. เสนอให้ตัวอย่างไปใช้ฟรี ๆ

เริ่มต้นด้วยการระบุกลุ่มเป้าหมายที่สนใจอยากใช้สินค้ามาก แล้วร้องขอให้พวกเขาถ่ายรูปคู่กับสินค้า พร้อมรีวิว และอย่าลืมที่จะทำการวิจัยตลาดจากผู้ใช้กลุ่มนี้ด้วย เช่น… ถามว่า ชอบไหม?… รู้สึกอย่างไร?… มีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้พวกเขาไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ตัวนี้ของเรา… พวกเขาซื้อผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกันนี้บ้างหรือไม่?

คำตอบที่ได้จะช่วยให้ธุรกิจหรือแบรนด์สามารถนำไปใช้ปรับกลยุทธ์ได้อีกมาก!

4. อย่าสร้างรีวิวปลอม

การเขียนรีวิวปลอมเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุด ซึ่งต้องขอย้ำว่า มันดูแย่มากและส่งผลกระทบร้ายแรงกับแบรนด์ และยังทำให้ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ลดลง หรืออาจจะหายไปพร้อมกับยอดขาย ซ้ำร้ายคือ ธุรกิจอาจไปไม่รอดเลยก็ได้ในยุคที่การจับผิดในโลกออนไลน์ เป็นกิจกรรมหนึ่งของคนในอินเตอร์เน็ตไปแล้ว 

5. ทำให้การให้รีวิวเป็นเรื่องง่ายที่สุด

การรีวิวคือการทำโฆษณา และการรีวิวเป็นกลยุทธ์พื้นฐานทางการตลาดในยุค e-Commerce ไปแล้ว

การพัฒนาระบบแสดงความเห็นที่ง่ายและเป็นประโยชน์เช่น ส่งดาวผ่านช่องทางโซเซี่ยลมีเดียให้ลูกค้ากดให้ดาว… หรือให้ลูกค้าถ่ายรูปกับสินค้า Upload เข้ามาร่วมกิจกรรมเป็นต้น

5 แนวทางพื้นฐานเพื่อเป็นไอเดียครับ… ผมปรับแต่งเนื้อหาวรรคตอนตามธีมของ Reder ส่วนหนึ่งเพื่อความเหมาะสม ไม่ได้เจตนาจนละเมิดงานต้นฉบับหรอกครับ ท่านที่สนใจต้นฉบับคลิกที่นี่ครับ

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

Heart & Brain Empathy

Empathy Map สำหรับ LX Design

LX Design Framework จึงจำเป็นต้องเอาผู้เรียนหรือ People เป็นศูนย์กลาง… ซึ่งเทคนิคที่แนะนำอย่างยิ่งคือการทำ Empathy ให้เจอแง่มุมระดับ Insight ของกลุ่มเป้าหมายให้ได้… ซึ่งสูตรจาก Design Thinking ที่จำเป็นต้องใช้ก่อนนำบทเรียนไปเผยแพร่ จะมีเครื่องมือชื่อ Empathy Map ให้ใช้กำหนดทิศทางในการดึงข้อมูลเชิงลึก หรือ Insight ออกมา

Peer to Peer Learning

Peeragogy… เมื่อระบบการศึกษาต่อตรงแบบ Peer–To–Peer ในยุคดิจิทัล #ReEducation

Howard Rheingold นวัตกร นักเขียนและครูผู้มีประสบการณ์หลากหลาย พร้อมผลงานมากมายอันเป็นที่ประจักษ์ ทั้งเขียนหนังสือ ค้นคว้าวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการเป็นอาจารย์สมทบสอนมหาวิทยาลัยอย่าง Berkeley และ Stanford… ได้พัฒนาและเผยแพร่แนวคิดชื่อ Peeragogy จากประสบการณ์การสอนในมหาวิทยาลัยที่ Howard Rheingold พบเทคนิคการเรียนการสอนโดยไม่ต้องพิธีรีตองเหมือนกับการบรรยายในชั้นเรียน

Autonomous Car

5 Level Of Autonomous Cars… พาหนะไร้คนขับทั้ง 5 ระดับ

นักวิจัยจาก ABI Research คาดการณ์ว่า ภายในปี 2025 เราจะได้รถยนต์ไร้คนขับบนท้องถนนมากกว่า 8,000,000 คัน… ก็ประมาณ 4 ปีข้างหน้านี่แล้ว ที่ยานพาหนะวิ่งเองจนถึงไร้คนขับจะพบเห็นได้ในเมืองหลักๆ ของโลกที่โครงสร้างพื้นฐานพร้อมเพื่อระบบนิเวศน์นี้… ซึ่งรถยนต์ไร้คนขับในปี 2025 ที่พูดถึงกันนี้ จะหมายถึงรถยนต์ในมาตรฐาน Driving Automation Level 3… Level 4 และ Level 5

Open Book

Questions Based on Bloom’s Taxonomy

Bloom’s Taxonomy บอกได้ว่า เรียนแค่ไหนได้อะไรระดับไหน และบอกได้ว่าผู้สอนควรเตรียมสอนแบบไหนอย่างไร เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ถึงขั้นไหนและบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่อย่างไร