Quest to Learn… โรงเรียนสาธิต Game Based Learning

Student with game based learning

Quest to Learn High School เป็นโรงเรียนระดับมัธยม Grade 6-12 ซึ่งจัดการเรียนการสอนด้วยแนวทาง Game Based Learning ที่มุ่งค้นคว้าและพัฒนาการเรียนการสอนด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิตอล… ถ้าเทียบกับประเทศไทยก็คงประมาณโรงเรียนสาธิต ที่สามารถพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนออกนอกกรอบการจัดการศึกษาตามมาตรฐานของประเทศได้เอง ซึ่ง Queat to Learn ใน New York ก็ได้รับการสนับสนุนและดำเนินการโดย New York City Department of Education หรือจะเรียกว่าเป็นโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครนิวยอร์คก็ไม่ผิด

นวัตกรรมทางการศึกษาและปรัชญาด้านการศึกษาที่ Quest to Learn หรือ Q2L ถูกพัฒนาโดยนักวิชาการด้านการศึกษามากมายของสหรัฐอเมริกา คู่กับนักวิชาการด้านทฤษฏีเกมส์และการเล่น หรือ Game Theorists จากสถาบันการเล่น หรือ IOP หรือ The Institute of Play ในมหานคร New York ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก The MacArthur Foundation

Katie Salen-Tekinbas นักออกแบบเกมส์ผู้ร่วมก่อตั้ง Quest to Learn อธิบายว่า “สิ่งที่พวกเราสร้างขึ้นล้วนตอบสนองต่อสิ่งที่เราประจักษ์ชัดว่า เด็กๆ ถูกละเลยจากโรงเรียนมากขึ้น” ที่หมายถึง การเรียนการสอนแบบดั้งเดิม ดึงดูดนักเรียนในปัจจุบันไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะเด็กถูกวัฒนธรรมดิจิตอลกลืนและผลักดัน จนพฤติกรรมการเรียนรู้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก แต่โรงเรียนก็ไม่ใยดีที่จะสนใจการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้… 

ที่ Quest to Learn ใช้หลักการ 7 อย่าง หรือบัญญัติ 7 ประการของ Game Based Learning ขับเคลื่อนเต็มรูปแบบได้แก่

  1. Everyone is a Participant หรือ ทุกคนต่างมีส่วนร่วม… ซึ่งทุกคนหมายถึงทั้งครูและนักเรียนล้วนมีส่วนร่วมในการแบ่งปันแลกเปลี่ยน หรือ Shared and Exchange ความรู้ ประสบการณ์และกิจกรรมที่ตนเก่งและเชี่ยวชาญได้หมด
  2. Challenge is Constant หรือ ความท้าทายเป็นสิ่งสามัญ… แนวทางและกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นให้นักเรียน “Need to Know” คือวิธีการพื้นฐานที่จำเป็นต้องมี และต้องมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับความอยากรู้อยากเห็นที่หาได้ไม่ยากเตรียมไว้ใกล้นักเรียน
  3. Learning happens by Doing หรือ การเรียนรู้เกิดจากการลงมือทำ… ซึ่งกิจกรรมการเรียนรู้และสร้างเสริมประสบการณ์ ถูกวางไว้ให้นักเรียนได้ทดสอบ ลองเล่น ลงมือทำและเปรียบเทียบสอบทานกับหลักการหรือทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
  4. Feedback is Immediate and Ongoing หรือ คำติชมเป็นเรื่องสำคัญและใส่ใจต่อเนื่อง…  โดยนักเรียนจะได้รับการชี้แนะติเตือนตลอดเส้นทางการเรียนรู้ จนบรรลุวัตถุประสงค์การเรียน
  5. Failure is Reframed as Iteration หรือ เปลี่ยนมุมมองความล้มเหลวเป็นการทบทวน… การมองความล้มเหลวเป็นโอกาส ทำให้ทั้งครูและนักเรียนโอบกอดความล้มเหลวผิดพลาดเพื่อแปลงเป็นภูมิปัญญา และมีมุมมองการลองผิดลองถูกเป็นการเรียนรู้ทบทวน
  6. Everything is Interconnected หรือ ทุกสิ่งเชื่อมโยงสัมพันธ์กันหมด… ซึ่งนักเรียนจะแบ่งปันแลกเปลี่ยนการบ้าน กิจกรรม ทักษะและภูมิรู้หรือประสบการณ์ให้คนอื่นในเครือข่าย ในกลุ่มและในสังคม
  7. It Kind of Feels Like Play หรือ ให้รู้สึกดีเหมือนได้เล่น… โดยมอบประสบการณ์การเรียนรู้ที่ผนึกครู นักเรียน โรงเรียนและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยให้ “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” ที่หมายถึงให้ผู้เรียนได้ประโยชน์และบรรลุวัตถุประสงค์ของผู้เรียน โดยไม่สอดไส้วัตถุประสงค์ตามอัตตาของผู้สอนหรือคนกำหนดบทบาททิศทางการศึกษาเหมือนในบางประเทศ ที่ปากบอกว่าผู้เรียนเป็นศูนย์กลางแต่ให้ผู้เรียนโคจรรอบอะไรผุๆ อยู่ดี

ถึงตรงนี้… Quest to Learn นิยามตัวเองว่าเป็นโรงเรียนแบบ Challenge Based Lessons หรือใช้บทเรียนเชิงท้าทายขับเคลื่อนการเรียนการสอนและความอยากรู้อยากเห็นของนักเรียน อ้างอิงกรอบแนวคิดและปรัชญาการศึกษาด้วยกรอบการดำเนินงานหรือ Framework ชื่อว่า  College and Work Readiness Assessment หรือ CWRA+ โดยมี Council For Aid To Education  ดำเนินงานในรูปสภาช่วยเหลือด้านการศึกษา ช่วยเทียบวัดและประเมินผลการศึกษา และพัฒนาแนวทางการวัดและประเมินผลการศึกษา อ้างอิงฐานความรู้และปรัชญาระดับ State of The Art หรือศิลปะวิทยาการที่เป็นปัจจุบันขณะที่สุด

ประเด็นก็คือ… Challenge Based Lessons มีผลวิจัยยืนยันว่า นักเรียนจาก Quest to Learn “มีคุณสมบัติอันพึงประสงค์” สองสามประการที่สำคัญยิ่งในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลเกินทักษะการจำของมนุษย์ ซึ่งต้องการทักษะอันประกอบด้วย… การเป็นนักคิดอิสระเสรีไม่ติดกรอบ หรือเป็น Independent Thinkers… มีวิจารณญาณและเหตุผลในหลักคิดเป็นทักษะพื้นฐาน หรือ Critical Thinking and Reasoning Skills รวมทั้ง คิดและหาชุดความคิดสร้างสรรเพื่อสะสางปัญหาที่ซับซ้อน หรือ Creative Solutions to Complex Problems

เห็นทีคงต้องไปทำความรู้จักกับ The College and Work Readiness Assessment หรือ CWRA+ ซึ่งเป็นเครื่องมือประเมินผลการศึกษาที่ฝั่ง Game Based Learning ใช้เป็นหลักกันหน่อยแล้วหล่ะ… อย่างน้อยครูอาจารย์ที่สนใจ Game Based Learning จะได้มีข้อมูลเพียงพอที่จะปกป้อง หรือ Defense หลักการที่เชื่อถือได้ยิ่งขึ้น และไม่ถูกลากกลับไปใช้เครื่องมือประเมินชิ้นเดิมที่มีอยู่ให้กลายเป็นเรื่อง “วัดระยะทางเป็นกิโลกรัม” จนกลับไปเจอคำว่า…

ของเดิมก็ดีอยู่แล้วจะต้องดิ้นรนเปลี่ยนแปลงไปทำไม!!!

Featured Image จาก http://www.southflorida.edu

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Bio Farm Fair

ตลาดสินค้าอาหารออร์แกนิกในเยอรมัน… #RederSMEs

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP รายงานว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 ผู้บริโภคในเยอรมันหันมาปรุงและรับประทานอาหารที่บ้านมากขึ้น และยังเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ตลาดสินค้าออร์แกนิกในเยอรมันเติบโตสูงสุดด้วยยอดขายในปี 2020 รวมทั้งสิ้น 14.99 พันล้านยูโร หรือราว 552.22 พันล้านบาท

Famous Blue Raincoat

Famous Blue Raincoat… รักสามเส้า ความตายและชายในเสื้อคลุมกันฝนสีฟ้า

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา… ผมขับรถคนเก่าที่มีเพียง “เสียง” จากวิทยุ Alpine กับลำโพง Hertz ติดรถเท่านั้นที่เสียงน่าฟังหน่อย นอกนั้นก็เสียงล้อ เสียงลม เสียงเครื่อง เสียงท่อไอเสียและเสียงเล็กเสียงน้อยจนบรรยายไม่ไหว… เสียงเพลงจากเครื่องเสียงติดรถขั้นพื้นฐาน จึงเป็นการผ่อนคลายเดียวระหว่างปีนดอยขุนตาลออกจากเชียงใหม่… โดยมี Playlist ที่ผมได้มาแบบเทาเข้มๆ ตามปะสาเพลงคลาสสิคหายากแต่ค้นเจอง่ายในอินเตอร์เน็ต…  เป็นเพลงจาก YouTuber ช่องหนึ่งที่ผมติดตาม ซึ่งมีการนำเพลงหลายๆ เพลงมาตัดต่อเป็น Long Playlist

Dream Team

Dream Team Builder… สร้างทีมในฝัน #ExtremeLeadership

การประสานงานเป็นทีมแบบที่ทุกคนในทีมต่างมีหน้าที่ของตัวเอง แต่ก็ยินดีเข้าทำหน้าที่แทนหรือเสริมธุระหน้าที่ของเพื่อนร่วมทีม เพื่อให้ “เป้าหมายส่วนรวมถูกดำเนินการอย่างต่อเนื่อง” เหมือนทีมฟุตบอลในสนามที่ผู้เล่นต้องช่วยกันทำประตูคู่แข่ง และป้องกันคู่แข่งบุกมาทำประตูของทีมให้เสียหายด้วย… ถ้าผู้เล่นในทีมฟุตบอลต่างเล่นอยู่แต่ในพื้นที่รับผิดชอบของตัวเองทุกคน นอกจากจะทำประตูฝ่ายตรงข้ามเอาชัยชนะได้ยากแล้ว ฝ่ายตัวเองน่าจะเสียประตูค่อนข้างง่ายอีกด้วย…

The Red Pig – Mercedes 300 SEL 6.8 AMG

The Red Pig – Mercedes-Benz 300 SEL 6.8 #สุดสัปดาห์พาดูรถ

แชมป์รุ่นใหญ่ The 24 Hours of Spa ปี 1971 คราวนั้นเป็นของ Mercedes-Benz 300 SEL ขนาด 6.3 ลิตร ที่ปรับแต่งใหม่โดยสำนัก AMG ของอดีตวิศวกรของ Mercedes–Benz สองคน… โดยคว้านเสื้อสูบ–ตีปลอก–อัดแหวนใหม่ เพิ่มความจุจาก 6,332 ซีซี ไปเป็น 6834 ซีซี… รีดแรงม้าลงพื้นถนนผ่านล้ออัลลอยด์กับยางหน้ากว้างได้เต็มๆ ถึง 420 แรงม้า หรือ 313 กิโลวัตร… ซึ่งรถยนต์ในท้องถนนยุคนั้นยังหาแรงม้าเกิน 60 ได้น้อยมาก… และตัวแข่งไซส์ยักษ์จาก AMG นอกจากจะมาแบบบ้าพลังระดับ Muscle Car แล้ว ยังฉาบด้วยสีแดงเพลิงจนได้ฉายา Red Pig และมีหมายเลข 35 แปะประตู…