Questions Based on Bloom’s Taxonomy

Open Book

Benjamin Samuel Bloom เป็นนักจิตวิทยาการศึกษาชาวอเมริกัน ที่เผยแพร่ทฤษฎีการเรียนรู้ที่แวดวงการศึกษาทั่วโลกยอมรับและปรับใช้อย่างกว้างขวาง เนื่องจาก Benjamin Bloom ศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของมนุษย์จำแนกเป็นการเรียนรู้ได้ 3 ทางได้แก่ ทางกายภาพ หรือ ทักษะพิสัย หรือ Psychomotor Domain… ทางจิตใจ หรือ จิตพิสัย หรือ Affective Domain และ ทางสติปัญญา หรือ พุทธิพิสัย หรือ Cognitive Domain

ซึ่งประเด็นพฤติกรรมการเรียนรู้ด้วยปัญญาหรือจนเกิดปัญญา ถือเป็นแก่นของภูมิรู้ที่มนุษย์สะสมผ่าน 3 Domian ของ Bloom… การสอบหรือประเมินความรู้ตามกรอบ Bloom Taxonomy จึงวัดผ่าน Cognitive Domain ซึ่งเป็นประเด็นเรื่องสติปัญญาโดยตรงเป็นหลัก

โดย Cognitive Domain ของ Benjamin Bloom แบ่งออกเป็น 6 ระดับ ตามความซับซ้อนของพฤติกรรมการเรียนรู้ของสติปัญญามนุษย์ประกอบด้วย

1. Knowledge/Remembering หรือความรู้/การจำ

2. Comprehension/Understanding หรือรู้ลึกซึ้ง/ความเข้าใจ

3. Application/Transferring หรือการประยุกต์/การถ่ายทอด

4. Analysis/Relating หรือการวิเคราะห์/การเชื่อมโยง

5. Evaluation/Judging หรือการประเมิน/การตัดสิน

6. Synthesis/Creating หรือการสังเคราะห์/ความสร้างสรรค์

ประเด็นก็คือ… Bloom’s Taxonomy บอกได้ว่า เรียนแค่ไหนได้อะไรระดับไหน และบอกได้ว่าผู้สอนควรเตรียมสอนแบบไหนอย่างไร เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ถึงขั้นไหนและบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่อย่างไร

ซึ่งแง่มุมการประยุกต์ทฤษฎีไปสู่กิจกรรมการเรียนรู้นั้น ทั้งผู้สอนและนักการศึกษาจึงต้องอ้างอิงให้ได้ว่า จะสอนให้จำหรือสอนให้เข้าใจ หรือไปไกลถึงขั้นรังสรรค์นวัตกรรมพลิกโลก ก็ยังจำเป็นต้องพิจารณาบริบทของกิจกรรมและเครื่องมือทางการศึกษาให้สอดคล้องเทียบวัดกับบริบทตาม Cognitive Domain ของ Benjamin Bloom

ปัญหาใหญ่ของการจัดการเรียนการสอนของไทยที่อยู่ในมือครูอาจารย์ก็คือ ยังหาทางให้นักเรียนนักศึกษา “จำและเข้าใจ” ยังไม่ได้เลย และที่สำคัญก็คือ ครูอาจารย์เองก็ “มีโอกาสน้อยมาก” ที่จะได้ฝึกฝนเรียนรู้เกินระดับการประยุกต์ ที่อยู่แค่ระดับ 3 ใน 6 ของ Bloom’s Taxonomy… พวกเราส่วนใหญ่จึงเติบโตมากับครูอาจารย์ที่อยู่ในขั้น Understanding ที่ถามย้ำอยู่นั่นแหละว่า… นักเรียนเข้าใจมั๊ย?

ประเด็นคือ… คุณภาพบุคคลที่เป็นครูบาอาจารย์ ล้วนพัฒนาศักยภาพได้อีกหลายขั้นไม่ต่างจากนักเรียนหรอกครับ แต่บริบทส่งเสริมการเรียนรู้ที่มองเลยการเรียนการสอนให้จำและเข้าใจ ทะลุไปถึง ประยุกต์ วิเคราะห์ ประเมินและสร้างสรรค์ พวกเราไม่ค่อยมีใครสนใจอะไรเท่าไหร่กันอยู่แล้ว เพราะ “วัฒนธรรมการศึกษาบ้านเรา” ถามหาเพียงความเข้าใจก็เหนื่อยแล้ว เมื่อรวมเข้ากับ “วัฒนธรรมแบบควบคุมและบังคับบัญชา” ที่มุ่งจัดการทุกอย่างให้ได้ภายใต้การควบคุมดูแล… อะไรใหม่ๆ ระดับผลงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม จึงไม่อาจปฏิสนธิและจุติ ภายใต้บริบทการควบคุมบังคับบัญชา ที่หลายคนยังงงจนกล้าถามว่า… คนไทยเก่งๆ ก็เยอะ ทำไมเราไม่มีนวัตกรรม???

การเรียกร้องให้อิสระและปลดปล่อยการเรียนการสอน ให้กลับสู่ธรรมชาติการเรียนรู้โดย “ไม่ถูกควบคุม” จึงไม่ใช่ประเด็นเล็กน้อย… ซึ่งความเห็นส่วนตัวผมมองว่า ต้องปลดปล่อยกันตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงห้องเรียนและห้องสอบกันเลยทีเดียว จึงจะเรียกว่าปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริงได้

ประเด็นการสอบแบบ Open Book Exam ซึ่งผมทิ้งค้างรายละเอียดไว้จากบทความเรื่อง Assessment Method Designed สำหรับ Open Book Examination และ Socratic Questions ซึ่งการสอบเป็นอีกครึ่งหนึ่งของการเรียนรู้ และการสอบแบบ Open Book Exam ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งของการปลดปล่อยให้ปัญญาได้เติบโตงอกงาม และไม่ถูกรบกวนขัดขวางการเรียนรู้ ด้วยรูปแบบควบคุมเข้มข้นเพียงเพื่อจะเค้นให้รู้แค่ว่า “ผู้เรียนจำได้หรือไม่ได้” ไปสู่แนวทางการวิเคราะห์เชื่อมโยงและสร้างสรรค์

บทความนี้ผมจะตัดข้ามไปที่การประยุกต์กรอบทฤษฎี Bloom’s Taxonomy เพื่อการเตรียคำถามหรือเตรียมสอบแบบ Open Book Exam… โดยอ้างอิงเอกสารของ Academy of Art University, San Francisco ซึ่งมีแนวทางหรือตัวอย่างการตั้งคำถามเพื่อสอบเทียบขั้นการเรียนรู้ตามกรอบ Bloom’s Taxonomy พอให้ท่านที่กำลังสนใจ ได้ภาพร่างและแนวทางครับ

Knowledge หรือ Remembering

ขั้นนี้จะเป็นการทดสอบดูความสามารถของ “การจดจำ ข้อมูล ความรู้และข้อเท็จจริง” แบบตรงไปตรงมา ซึ่งการตั้งคำถามก็จะถามหาสิ่งที่จำได้ด้วยคำถามอย่างเช่น… อะไรคือ……….?, จงแสดงวิธี……….?, บุคคลนั้นกล่าวอะไรไว้? เป็นต้น

Comprehension หรือ Understanding

ขั้นนี้ของคำถามจะสอบหา “ข้อสรุปและคำอธิบายที่ถูกต้อง” โดยไม่แตะประเด็นอื่นๆ นอกเหนือจากนั้นแม้จะมีความสัมพันธ์กันอยู่ ตัวอย่างเช่น… อะไรคือข้อเท็จจริงตามที่……….?, ช่วยอธิบายเรื่อง/เหตุการณ์/กรณี……….?, อะไรคือความหมายที่แท้จริงของข้อความว่า……….? เป็นต้น

Application หรือ Transferring

ขั้นนี้ของคำถามจะค้นหา “แนวคิดที่จะใช้ประโยชน์จากความรู้และความเข้าใจที่มี” ซึ่งทัศนส่วนตัวของผมมองว่า ความรู้ความเข้าใจขั้น Transferring หรือขั้นเห็นประโยชน์ มีความสำคัญในการพัฒนาภูมิรู้ของบุคคลอย่างมาก การสอบวัดทักษะการประยุกต์ถ่ายทอดก็อย่างเช่น… จากข้อมูลชุดนี้ ท่านคิดว่าจะใช้ประโยชน์อย่างไร?, ท่านจะเลือกข้อเท็จจริงชุดไหนไปใช้ใน………. และใช้อย่างไร?, ท่านจะใช้วิธีใดในการ……….? เป็นต้น

Analysis หรือ Relating

ขั้นนี้ของคำถาม “จะสร้างเงื่อนไขด้วยสมมุติฐานเพิ่มเติม ทั้งกรณีตัดข้อมูลหรือตัวแปรออกจากกัน หรือเพิ่มข้อมูลหรือตัวแปรสมมุติเข้าไปร่วมพิจารณาเอาคำตอบ” เช่น… ถ้าไม่มี………. สิ่งนี้จะเหมือนเดิมหรือไม่อย่างไร?, ถ้ามีเงื่อนไขนี้เพิ่มเข้ามา จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรแค่ไหน?, มีอะไรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับสิ่งนี้อย่างไรแค่ไหน? เป็นต้น

Evaluation หรือ Judging

ขั้นนี้ของคำถาม “จะถามหาเกณฑ์และหรือให้สร้างเกณฑ์เพื่อใช้ร่วมการประเมินและตัดสินข้อมูล” เช่น… ข้อมูลทั้งหมดนั้นสามารถจัดลำดับอย่างไรได้บ้าง?, ท่านจะพิสูจน์ความถูกต้องของคำตอบนี้อย่างไร?, ท่านมีเหตุผลและประเด็นใดบ้างสนับสนุน……….? เป็นต้น

Synthesis หรือ Creating

ขั้นนี้เป็นการตั้งคำถาม “เพื่อเอาแนวคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากการรวมข้อมูลความรู้และแนวคิด” เช่น… เราจะเปลี่ยนอะไรใน………. เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้บ้าง?, เราจะออกแบบการทดสอบนี้อย่างไร?, ท่านคาดว่าผลลัพธ์ที่ต้องการแก้ไขปัญหา………. ต้องสร้างสิ่งใดและให้มีคุณสมบัติอย่างไร? เป็นต้น

คร่าวๆ พอเป็นไอเดียประมาณนี้ครับ… โดยส่วนตัว “ผมไม่อินกับ Bloom” มาแต่ไหนแต่ไร จึงไม่มีไอเดียมากมายพร่างพรูที่ต้องขออภัยหากผิดพลาดขาดเกินครับ… และโดยส่วนตัวผมมอง Bloom Taxonomy ว่ามีประเด็นปลีกย่อยของแต่ละ Domain แม้จะละเอียดลึกซึ้งโดยไร้ข้อโต้แย้ง แต่ผมรู้สึกว่าแต่ละแขนงย่อยของแต่ละ Domain ก็เป็นทั้ง “กฏและกรอบ” เข้าทาง “การควบคุมบังคับ” มากกว่าจะปลดปล่อยส่งเสริม

กรณีการออกข้อสอบ Open Book Exam อ้างอิง Bloom’s Taxonomy ในทางปฏิบัติ ผมจึงคิดว่าหลายกรณีของกรอบคิดที่แบ่งแยกยิบย่อย ทำให้การบูรณาการของทั้งข้อคำถามและประเด็นการตอบ มีมิติเงื่อนไขหยุมหยิมให้เห็น…

ขอบคุณที่ติดตามครับ!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

wasoo

WASOO… SME วิสัยทัศน์ไกล #SaturdaySME

การ Work From Home จากบ้านที่หลังคาบางผนังผอม ในหน้าร้อนปีที่ฝนแล้งแดดแรงและท้องฟ้าไม่มีเมฆซักก้อน… ร้อนและทรมานอย่างมาก 

River Environment

ประวัติย่อของพิษและสารพิษในสิ่งแวดล้อม #FridaysForFuture

มนุษย์รู้จักใช้พิษมาตั้งแต่โบราณ เพื่อกิจกรรมหลายอย่าง ตั้งแต่เพาะปลูก ถนอมอาหารไปจนถึงฆ่ามนุษย์อีกคนก็มีการใช้พิษกันอย่างกว้างขวาง มีบันทึกมากมายทั้งในอียิปต์ กรีกและอินเดียโบราณที่ ชนชั้นสูงยุคนั้นมีการใช้พิษเพื่อกำจัดเป้าหมายในหลายกรรมหลายวาระ

Outward Mindset

Outward Mindset…

Maslow’s Hierarchy of Needs หรือทฤษฏีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ ได้อธิบายความสำคัญของความสัมพันธ์ มิตรภาพ และความรักต่อคนรอบข้างไว้ว่า… เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์

Alone in Snow

หนาวเนื้อ… #เพลงดังยังจำ 005

อากาศหลังวันพ่อแห่งชาติเย็นลงอย่างรวดเร็วจนเตรียมเสื้อผ้าอุ่นๆ แทบไม่ทัน… แต่ก็รู้สึกผ่อนคลายและโล่งใจว่ายังมีลมหนาวให้หายใจและได้คิดถึงช่วงเวลาดีๆ จากไอหนาวเหมือนที่ผ่านมาได้บ้าง… และ Playlist สำหรับอากาศแบบนี้จะต้องมีเพลงดังในอดีตอย่าง “หนาวเนื้อ” แทรกในรายการเพลงสำหรับใช้ชีวิตคืบคลานบนถนนยามค่ำไปด้วย