Self Awareness… ด่านแรกของการเปลี่ยนตัวตนให้ดีขึ้น

Self Awareness

การรู้จักตัวเองในระดับถ่องแท้ ตกผลึกและตระหนักในตัวตนของตนหรือ Self Awareness… ถือเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ต้องมีเราหรือไม่มีเราอยู่ร่วมกับคนอื่นทีเดียว… และรวมทั้งเหตุผลของสิ่งที่เราทำและไม่ทำในแต่ละเรื่อง แต่ละอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคนๆ นั้น… หรือไม่ คนๆ นั้นก็ออกไปเสาะหาหรือสร้างทำมันขึ้นมา

Self Awareness ได้รับการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญมากมายว่าสำคัญยิ่งในศตวรรษที่ 21 ที่หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเป็นส่วนสำคัญในทักษะด้านผู้นำ และเป็นองค์ประกอบสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์ หรือ Emotional Intelligence… ซึ่ง EI ประกอบไปด้วย

1. Self Awareness หรือการตระหนักรู้ในตนเอง
2. Self Regulations หรือการบริหารตนเอง
3. Motivation หรือแรงผลักโน้มน้าว
4. Empathy หรือการเข้าใจผู้อื่น
5. Social Skill หรือทักษะทางสังคม 

จะเห็นว่า… ด่านแรกของความฉลาดทางอารมณ์ หรือการเป็นเจ้าของอารมณ์อย่างคนฉลาดจะต้องมี Self Awareness ก่อนอื่น ซึ่ง Self Awareness ที่หมายถึงการเข้าใจความต้องการของตนเอง แรงปรารถนา พฤติกรรม นิสัย อารมณ์ ความชอบ ความไม่ชอบ สิ่งที่กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางนิสัย ความต้องการ… ทั้งหมดที่เป็นเรื่องของการเรียนรู้ตนเอง ที่ไม่ใช่เพียง การรู้ว่าตนเองเป็นใคร เก่งอะไร… แต่หมายถึง พัฒนาการของตนเอง ความเป็นมาของตนเอง สิ่งที่ทำให้ตนเองแตกต่าง เหมือนหรือไม่เหมือนคนอื่นแบบไหนอย่างไร?

ประเด็นก็คือ… คนส่วนใหญ่รู้จักตัวเองน้อยกว่ารู้จักคนอื่น โดยเฉพาะการรู้เท่าทันตัวเอง… รู้เท่าทันอารมณ์และพฤติกรรมตัวเอง… และ 7 สิ่งต่อไปนี้คือประเด็นในการวัด Self-Awareness ของทุกคนครับ

1. ขี้โมโห… มนุษย์เป็นสัตว์ที่แสดงอารมณ์ หากแต่การแสดงอารมณ์โมโห หรือ ไม่พึงพอใจอย่างรุนแรง หรือ ควบคุมตนเองไม่ได้ หรือ โมโหบ่อยครั้ง… ในทางจิตวิทยานั้นแปลว่า คุณต้องการปกปิดบางสิ่งบางอย่าง แบบไม่รู้ตัวหรือรู้ตัวก็ได้

2. ปกป้องตนเอง… สถานการณ์คือ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นที่มันบกพร่องหรือไม่ถูกไม่ควร ทั้งหมดต้องไม่ใช่ความผิดของตัวเอง ใครก็มาว่าอะไรเราไม่ได้… ซึ่งการคิดในลักษณะดังกล่าว คือ การขาดความเข้าใจตนเอง ทำให้เกิดการเชื่อมโยงประสบการณ์ที่เคยมีมา ปกป้องตนเองไว้ล่วงหน้า

3. ชอบควบคุม… ในที่นี้คือต้องการให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามใจตัวเองหมด ไม่งั้นจะหงิดหงุด ไม่พอใจ กลุ้มใจง่ายๆ เมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปในทิศทางที่ต้องการ… พฤติกรรมดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า เป็นการขาดความเข้าใจอย่างแท้จริง เกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ และการแสดงออก

4. เก็บกด… ถ้าเป็นคนพูดอย่างแต่ใจคิดอีกอย่าง ไม่แสดงออกอย่างตรงไปตรงมากับสิ่งที่คิด หรือ การแสดงพฤติกรรมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ในใจมีความคิด ความรู้สึกและอารมณ์อีกแบบหนึ่ง… ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กำลังขาดการตระหนักรู้ในตนเองอย่างมาก จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตและศักยภาพ

5. พฤติกรรมไม่สม่ำเสมอ… มีลักษณะของคนที่อารมณ์ขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ ถูกกระตุ้นและทำให้แสดงออกทางพฤติกรรม จนผู้อื่นสังเกตเห็นได้ง่าย… ลักษณะดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการขาดการดูแล และเข้าใจตนเองในขั้นพื้นฐาน ส่งผลต่อการเข้าใจตนเองอย่างถูกต้อง ทำให้พฤติกรรมเป็นไปตามกลุ่มสังคมหรือปัจจัยในสังคมที่เข้ามากระตุ้น

6. มั่นใจในตนเองมากเกินไป… การแสดงออกถึงความมั่นใจในตนเองมากเกินไป คือการเห็นตนเองเก่งกาจ มีความสามารถและโดดเด่นกว่าทุกคน โดยประเมินว่า ตนเองนั้นดีที่สุด คือการพยายามให้คุณค่าตนเองผ่านการลดคุณค่าของผู้อื่น ถือเป็นการขาดความเข้าใจตนเองที่ถูกต้อง ส่งผลต่อการพัฒนาโดยรวมของตนเอง

7. ชอบแก้ตัวและหาข้ออ้าง… จะเป็นคนชอบเถียงและหาข้อแก้ตัวในการทำสิ่งต่างๆ มากกว่าจะทำความเข้าใจถึงเหตุและผล ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายกับการปกป้องตนเองรูปแบบหนึ่ง ที่ถูกกระตุ้นผ่านประสบการณ์ในอดีตเป็นหลัก อันแสดงให้เห็นว่าขาดการเข้าใจตนเองนั่นเอง 

ทั้งหมด 7 ข้อ ถ้าใครมีเพียงข้อหนึ่งข้อใด ก็ถือว่า กำลังต้องการการเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง เพื่อให้สามารถรู้เท่าทันอารมณ์ ความคิดรวมทั้งปฏิกิริยาและบุคลิกภาพ… การมี Self Awareness จะทำให้เรามีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น… เข้าสังคมได้ดีขึ้น… แสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสมขึ้น และมองโลกในแง่ดีได้มากขึ้น

ประเด็นก็คือ… คนเรารู้จักตัวเองน้อยกว่าที่ตัวเองเข้าใจมาก ถ้าลองเอาประเด็นการวัด Self Awareness ทั้ง 7 ข้อมาเขียนบรรยายว่า… ตัวเราขี้โมโหมั๊ย หงุดหงิดไม่มีเหตุผลมั๊ย? ไล่ไปจนถึงแก้ตัวเก่งมั๊ย?… แล้วลองให้คนใกล้ชิดเขียนบรรยายตัวเราบ้าง… ทุกท่านคงนึกออกแหละว่า ยังไงก็คงไม่เหมือนกัน

…ใช่แล้วครับ! วิธีสร้าง Self Awareness คือรับฟังทัศนะคนรอบข้างที่มีต่อตัวเรา ซึ่ง Feedback เหล่านี้มีค่ามากมายหากเปลี่ยนเราไปในทางที่ดีขึ้นได้ และการเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น ก็เท่ากับพัฒนาตัวเองดีขึ้น… ตัวอย่างของ Feedback ที่ยอดเยี่ยมคือ การอบรมสั่งสอนจากครอบครัวหรือครูอาจารย์ ที่เป้าหมายของการอบรมสั่งสอนก็เพื่อพัฒนาคนๆ นั้นให้ดีกว่าเดิม

คำถามคือ… ถ้าเราพัฒนาตัวเองได้ดีขึ้น อะไรๆ รอบตัวเราจะดีกว่าเดิมแค่ไหน?

อ้างอิง

Run Wisdom

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Recent Posts

Related Post

LMS

Learning Management Systems…

สิ่งที่เราอยากสอนออนไลน์นั้นต้องการระบบในการจัดการขนาดไหน องค์กรบางแห่งพัฒนาระบบอบรมภายใน หรือสอนงานโดยแปลงคู่มือมาเป็นไฟล์ HTML วางไว้ให้พนักงานเปิดอ่านเองและถือว่าทุกคนปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่ได้… ในขณะที่หลายองค์กรมีระบบติดตามว่า พนักงานคนไหนอ่านอะไรไปแล้วบ้าง หรือเรียนรู้เรื่องอะไรไปแล้วแค่ไหน… ส่วนการจัดการสอนเต็มรูปแบบ ก็จำเป็นจะต้องติดตามและรู้จักผู้เรียนที่เข้ามาเรียนและมาใช้เนื้อหาอย่างละเอียด รวมทั้งประเมินความรู้ของผู้เรียนตามวัตถุประสงค์การสอนด้วย… ซึ่งทั้งหมดต้องการระบบการจัดการบทเรียนที่มีประสิทธิภาพ และทั้งหมดมีอยู่ในซอฟท์แวร์ระบบที่เรียกว่า LMS หรือ Learning Management Systems

Team Building

Team Building… สร้างทีมอย่างไรไม่ให้อ่อนซ้อม

Team Building เป็นเหมือนการเตรียมทีมกีฬา ที่สมาชิกทีมจะเป็นเหมือน “ผู้เล่นตำแหน่งต่างๆ” ซึ่งกิจกรรมหลักที่ทำให้คนหลายๆ คนมารวมตัวกันเป็นทีม ก็เพื่อซักซ้อมหรือฝึกซ้อมร่วมกัน ที่สมาชิกทีมต่าง “ต้องเข้าใจ” วัตถุประสงค์ของการมาทำงานร่วมกันก่อนอื่น…

Tomato

มะเขือเทศบ้านนางอย… #SaturdaysSMEs

โมเดลวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็งมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย อยู่ในพื้นที่อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร… ที่นั่นมีการปลูกและแปรรูปมะเขือเทศอย่างเป็นระบบ ขนานไปกับการปลูกมะเขือเทศป้อนโรงงานหลวงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริไว้

Zen Robotics

คัดแยกขยะด้วย AI กับ ZenRobotics #FridaysForFuture

Zen Robotics เป็น StartUp จากเฮลซิงกิฟินแลนด์ที่ข้อมูลใน crunchbase.com ระบุว่า เป็นผู้ให้บริการหุ่นยนต์รีไซเคิลด้วยระบบคัดแยกขยะด้วย AI… ก่อตั้งโดย Tuomas Lukka มี Timo Taalas เป็น CEO และ Harri Holopainen เป็น Head of Technology