Repession

Repression… กดเก็บแม้เจ็บปวด #SelfInsight

ความอดทนอดกลั้นโดยจารีตและคำสอนถือว่าเป็นพฤติกรรมพึงประสงค์ที่คนๆ หนึ่งควรจะมีไว้เป็นภูมิต้านทาน “แรงกดดันด้านลบหรือด้านร้าย” ที่เกิดขึ้นกับความคิดจิตใจหรือผลประโยชน์ที่ควรและที่คาดว่าจะได้รับ แต่ถ้าความอดทนอดกั้นถึงขีดที่ต้อง “จำทนหรือฝืนกลั้น” อันเกิดจากปัจจัยกดดันด้านลบ ได้เปลี่ยนเป็นด้านร้ายต่อความคิดจิตใจและผลประโยชน์ซ้ำซาก… มนุษย์มักจะมีปฏิกิริยาตอบโต้จากกลไกการปกป้องตัวเองในสองลักษณะที่แตกต่างกันได้สุดขั้ว

วิธีแรกคือไม่ทนและมักจะตอบโต้เอากับต้นตอและสาเหตุของแรงกดดัน เพื่อปกป้องความคิดจิตใจหรือผลประโยชน์ของตนให้ได้มากที่สุด… ส่วนอีกวิธีหนึ่งก็จะ “อดกลั้นและฝืนทน” ต่อแรงกดดันด้านเลวร้ายที่จัดการต้นตอและสาเหตุไม่ได้ทั้งหมดนั้น… แม้ความคิดและจิตใจจะย่ำแย่แค่ไหนก็ตาม

ประเด็นก็คือ โครงสร้างบุคลิกภาพของคนเรามักจะเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ซึ่งตัวตนของเรา หรือ Ego ก็จะมีกรอบความเชื่อซึ่งยึดโยงอยู่กับ Id หรือ อิด หรือ สัญชาตญาณดิบ และ พฤติกรรมตัวตนที่พัฒนาจากการอบรมเลี้ยงดูสั่งสอนและจารีตบรรทัดฐานทางสังคม หรือ Superego… ซึ่งบางครั้งสำหรับบางคนจะยอมยกมือไหว้คนที่เกลียดตามมารยาท อันเป็น Superego ที่สังคมกรอบและสอนสั่งกันมา… แต่บางครั้งก็จะเห็นพฤติกรรมหยิบอาหารของคนอื่นจากตู้เย็นที่ทำงานมากินโดยไม่ขอ ซึ่งได้ทำไปโดยสัญชาตญาณดิบ หรือ Id

การใช้ Id ซึ่งมีทั้งราคะ โลภะและโทสะปนๆ กันอยู่เพื่อโต้ตอบแรงกดดัน ซึ่งมักจะตอบโต้ตอบกับต้นตอและสาเหตุของแรงกดดันอย่างสาสมเพื่อให้แน่ใจว่า ตนเองได้ปกป้องความคิดจิตใจผลประโยชน์เอาไว้ได้… อย่างน้อยก็ “ปกป้องได้” ในความคิดและทัศนคติส่วนตนนั่นเอง… แต่ในหลายกรณี การฝืนทนต่อแรงกดดันด้านลบ รวมทั้งฝืนทนต่อต้นตอและสาเหตุของแรงกดดันมากมายจนเข้าขั้น “ฝืน” นั้น… ในทางจิตวิทยาก็ถือว่าเป็นการปกป้องความคิดจิตใจและผลประโยชน์เอาไว้ให้ตนเองเช่นกัน โดยเฉพาะความคิดและทัศนคติส่วนตัวที่อธิบายกับตัวเองไม่ต่างจากการใช้ Id ตอบโต้

ในทางเทคนิค… การเก็บกดเป็นการใช้ “กลไกการลืม” อย่างจงใจของเจ้าตัว ซึ่งมักจะยอม หรือ ยินยอมให้ “แรงกดดันด้านลบ” ได้ผ่านไปเพื่อตัวเองจะได้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ว่าจะถูกเอาเปรียบ ถูกแกล้ง ถูกทำร้าย รวมทั้ง “รู้สึกถูกกระทำจากภายนอก” แค่ไหนอย่างไรก็ตาม… 

ปัญหาก็คือ… การลืมแบบเก็บกดจะใช้กลไกการย้ายอารมณ์ความรู้สึกที่ได้รับจากแรงกดดันไปเก็บไว้กับจิตใต้สำนึก หรือ Unconscious ซึ่งมี Id หรือสัญชาตญาณดิบเป็นเพื่อนบ้าน… นั่นแปลว่า เมื่อถูกกระตุ้นให้นึกย้อนเหตุการณ์เดิมนั้นเมื่อใด หรือ เจอแรงกดดันรูปแบบเดิมซ้ำอีกเมื่อใด… ความรู้สึก “อัดอั้นเจ็บปวด” เท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมในกรณีที่เป็นแรงกดดันซ้ำซาก ก็มักจะวนกลับมาให้รู้สึกอัดอั้นและถูกกระทำอีกครั้ง

ที่สำคัญก็คือ… คนที่มีเรื่องเก็บกดสะสมอยู่ในจิตใต้สำนึก มักจะถูก “แรงกดดันด้านลบ หรือ แรงกระทำด้านร้าย” ก่อการเปลี่ยนแปลงให้ร่างกายและจิตใจจนอาจจะสังเกตุเห็นได้จากภายนอก… ซึ่งมักจะเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางลบต่อร่างกายและจิตใจของคนๆ นั้นเป็นส่วนใหญ่ และ หลายกรณีนำไปสู่การเจ็บป่วยทางจิตใจและร่างกายจนถึงขั้นต้องเยียวยาก็มี

คำอธิบายเปรียบเปรยความร้ายกาจของการเก็บกดโดยนักจิตวิทยานามอุโฆษอย่าง Sigmund Freud ในขณะบรรยายในห้องๆ หนึ่งชี้ว่า…สมมติว่าทุกท่านที่เป็นผู้ฟังในห้องนี้ส่วนใหญ่เงียบสงบ และ มีความตั้งใจดี แต่ก็เกิดมีคนๆ หนึ่งในห้องนี้ก่อการรบกวนขึ้นมา หัวเราะอย่างเสียมารยาท พูดคุยเสียงดัง จนทำให้ความตั้งอกตั้งใจของข้าพเจ้าไขว่เขวไป ไม่อาจจะบรรยายต่อไปได้ในสภาพถูกรบกวนแบบนั้น ผู้ฟังหลายคนในห้องจึงลุกขึ้นจัดการกับคนเสียมารยาท และ ไล่คนผู้นั้นออกไปจากห้องนี้เสีย ข้าพเจ้าจึงสามารถบรรยายต่อไปได้โดยไม่ถูกรบกวน… ห้องบรรยายนี้จะเหมือนจิตใจ คนเสียมารยาทที่ถูกขับออกไปอยู่นอกห้องจะเหมือนเป็นแรงกดดันที่รบกวนจิตใจ… หากสามารถกำจัดสิ่งรบกวนนั้นได้ แค่เพียงขับไล่ครั้งเดียวก็หายไปเลยก็จะเป็นเพียงการลืมแบบธรรมดาซึ่งมักไม่เป็นปัญหา… แต่ถ้าการขับไล่ หรือ ปิดกั้น แรงกดดันออกไปจากจิตใจ หรือ จิตสำนึก หรือ Conscious ได้แล้ว แต่แรงกดดันนั้นยังวนกลับมารบกวน… ไม่ต่างจากคนเสียมารยาทที่ถูกขับไล่ออกจากห้องไปแล้ว ยังกลับมาเคาะประตูขอเข้ามาฟังบรรยายต่อ แม้ล็อคประตูก็ยังทุบเคาะหรือพยายามพังเข้ามาให้ได้… เหมือนแรงกดดันเดิมที่ไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่จิตใจขณะนั้นแก้ปัญหาโดยกวาดไปเก็บไว้ใน “จิตใต้สำนึก หรือ Unconscious” เหมือนการขับไล่คนเสียมารยาทออกไปนอกห้องแล้วก็พยายามดำเนินกิจกรรมต่อจากนั้นไปเหมือนไม่มีสิ่งรบกวน… ซึ่งโดยเนื้อแท้ของแรงดกดันที่ถูกเก็บกดไว้ มักไม่เคยจบลงง่ายๆ โดยไม่วนกลับมารบกวนซ้ำซากนัก

แรงกดดันที่ถูกเก็บและสะสมอยู่ในจิตใต้สำนึก หรือ Unconscious ใกล้กับ สัญชาตญาณดิบ หรือ Id ซึ่งการอบรมเลี้ยงดู กับ บรรทัดฐานทางสังคม หรือ Superego ไม่สามารถควบคุมได้… โดยเฉพาะเมื่อ Ego หรือ ตัวตนเลือกใช้ “แรงเก็บกด” ไปกระตุ้นสัญชาตญาณดิบอย่างจงใจเพื่อตอบโต้เอาคืน… 

ถ้ามาเกิดกับคนข้างๆ ก็ตัวใครตัวมันหละครับพี่น้อง!

References…

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Recent Posts