Result Based Management #SaturdayStrategy

Outcome

ความสำเร็จของทีมหรือองค์กรขนาดใหญ่ ไปจนถึงองค์กรธุรกิจข้ามชาติ หรือ แม้แต่ภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการกำหนดและบรรลุเป้าหมายที่ซับซ้อน และ ดำเนินการต่อเป้าหมายอย่างเป็นระบบ… วิธีการและกระบวนการผลักดันความสำเร็จตามเป้าหมาย มักจะเป็นเรื่องสำคัญที่มีรายละเอียดเฉพาะกรณีให้เรียนรู้ วางแผนและประยุกต์ใช้เครื่องมือทางการบริหาร รวมทั้งกลยุทธ์อย่างซับซ้อนไปด้วย

วงจรการกำหนดเป้าหมาย แล้วหาวิธีบรรลุเป้าหมายด้วยการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ใส่แผน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายขององค์กรขนาดใหญ่นั้น แม้จะเป็นวงจรแบบเดียวกับการบรรลุเป้าหมายทั่วไป… แต่โดยเนื้องานและรายละเอียดในการวางแผนและดำเนินการแล้ว… ส่วนใหญ่ต้องการวิธี และ เครื่องมือ หรือ กลยุทธ์ในการบรรลุเป้าหมายเป็นการเฉพาะ ซึ่งแม้แต่แผนและกลยุทธ์ที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อนแล้ว ก็อาจจะล้มเหลวต่อเป้าหมายที่ประกอบด้วยมิติที่ต้องการให้ Impack หรือ ส่งผลสำเร็จกระทบถึงเป้าหมายขนาดใหญ่อย่างทั่วถึงชัดเจน

ในช่วงทศวรรษ ปี 1990… Kofi Annan เลขาธิการสหประชาชาติในยุคนั้น ได้ริเริ่มวางรูปแบบการจัดการภายในองค์การสหประชาชาติใหม่ เพื่อแก้ปัญหาเรื่อง “ผลงาน” ขององค์การสหประชาชาติ ที่ชาติสมาชิกมีการวิพากษ์วิจารณ์การผลักดันเป้าหมายต่างๆ ขององค์การสหประชาชาติ ที่ล้มเหลวไร้ค่าในการดำเนินงานและใช้จ่ายงบประมาณอย่างน่าเสียดายเป็นส่วนใหญ่… Kofi Annan จึงได้ผลักดันและนำเสนอกรอบการผลักดันภารกิจขององค์การสหประชาติแบบ Results Based Approach หรือ Result Based Management  หรือ การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์… ซึ่งการผลักดัน RBM หรือ Result Based Management ครั้งนั้น ถือเป็นการปฏิรูปองค์การสหประชาชาติครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งตั้งแต่ก่อตั้งมา

Result Based Management หรือ การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ เป็นวิธีการในการปรับปรุงการบริหารให้เกิดประสิทธิผล หรือ Effectiveness และโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ หรือ Accountability… โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย ประเมินความเสี่ยง กำกับติดตามกระบวนการดำเนินงานเพื่อการบรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางบริหารและการรายงานผลการปฏิบัติงาน

ในปัจจุบัน… Result Based Management หรือ การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ ถูกปรับแต่งดัดแปลโดยกรอบการจัดการสมัยใหม่ ที่ดัดแปลงและกำหนดชื่อเรียกเป็นอย่างอื่นเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและยุคสมัย… ถึงแม้แก่นของ Result Based Management ที่ว่าด้วย ผลลัพธ์ หรือ Outcomes ได้กลายเป็นศูนย์กลางการวางแผนและการออกแบบกลยุทธ์ รวมทั้งการกำหนดเป้าหมายที่มี Outcomes ชัดเจนในทุกๆ เป้าหมายไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… ในการออกแบบวิสัยทัศน์ที่ต้องการและหวังผลให้มี Impact Factor ต่อเป้าหมายขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาโมเดลธุรกิจและผลิตภัณฑ์ในยุคคลั่งไคล้การเติบโต 10X หรือ 100X หรือ 1000X อย่างในปัจจุบัน… การวางแผนและออกแบบโมเดลการจัดการเพื่อพิชิตเป้าหมายขนาดใหญ่ ที่สะท้อนกลับให้เห็นความสำเร็จที่เติบโตขึ้นหลายสิบหลายร้อยเท่านั้น… หลายกรณีจึงต้องกลับไปพึ่งเครื่องมือทางการจัดการที่เชื่อมั่นได้… แต่ก็อาจจะต้องปัดฝุ่น ปรับแต่งเสียใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทและเป้าหมายที่ต้องการก่อนใช้เหมือนกัน

ขออนุญาตจบดิบๆ แบบนี้โดยไม่ใส่ Result Based Management Framework ไว้ในบทความนี้ให้ยืดยาว Google กันต่อได้เลยครับสำหรับท่านที่สนใจ… รายละเอียดที่เลอะเทอะก็มีที่ดิบดีก็มาก เลือกเอาตามอัธยาศัยครับ!

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Recent Posts

Related Post

community business

Community Business… อีกขั้นของสหกรณ์ในชุมชน 

PowerToChange.org.uk เป็นเวบไซต์ไม่แสวงกำไร เพื่อผลักดันแนวคิดธุรกิจในชุมชนให้สมาชิกในชุมชน ได้ประโยชน์จากการอุปโภคบริโภคในชุมชนเอง… ซึ่งถ้าเทียบกับวงจรเศรษฐกิจระดับมหภาค จะเทียบได้กับการบริหารดุลการค้า ที่สมดุลตัวแปรทางเศรษฐกิจมีความสำคัญต่อความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตของผู้คน

Shame

The Shame… อับอาย #SelfInsight

เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเหตุการณ์ “ย้ำปม” บนทุกสายสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ที่เติบโตมากับปมอับอายต่ำต้อย หรือ ไร้ค่า… ร่องรอยความเจ็บปวดก็จะปรากฏเป็นพฤติกรรมเชิงลบหลายรูปแบบ ให้เห็นร่องรอยความอับอายอันเปราะบางต่อความสัมพันธ์… ซึ่งความสัมพันธ์มีความสำคัญกับ “การรับรู้คุณค่าในตัวตน” ของทุกคน… ความรู้สึกอับอายที่ถูกตอกย้ำขั้นก่อความรู้สึกอึดอัด คับข้องใจ อยากหลีกเลี่ยง หรือ อยากทำลายต้นเหตุความอับอายนั้น… ล้วนกระทบกลับไปที่สายสัมพันธ์เสมอ

แฟนฉัน ชาตรี

แฟนฉัน… เพลงดังยังจำ #002

ผมเป็นแฟนเพลงวงชาตรีถึงขนาด ยอมอดข้าวกลางวันเพื่อเก็บตังค์ค่าข้าวไปซื้อเทปคาสเซ็ท… หลังจบมอปลาย เทปคาสเซ็ทที่ผมเลือกเอาติดตัวเข้ากรุงเทพฯ มาด้วยคือเทปชาตรีที่ซื้อออริจินอลมาทั้งหมด และม้วนอัดกันเองในหมู่เพื่อนสมัยนั้น…

ตอซังและฟางข้าว

ฤดูเผาตอซังและฟางข้าว

เรื่องเผาตอซังและฟางข้าวหลังเก็บเกี่ยว เพื่อจะทำนาปรังรอบถัดไป… บางรายเผากันทั้งที่ฟางข้าวและตอซังที่เครื่องเกี่ยวนวดข้าวพ่นกองเอาไว้ยังชื้นอยู่ด้วยซ้ำ… ท้องทุ่งจึงไม่เหลือกลิ่นโคลนสาบควาย อันเป็นวิถีที่พวกเราควรช่วยกันดูแล เพื่อให้วิถีชีวิตชาวนาดั้งเดิมทำหน้าที่สะสมอาหารให้ทุกคนที่กินข้าว มีความมั่นคงทางอาหารที่ไม่ได้ก่อผลกระทบร้ายแรงให้ส่วนอื่นของสังคมและโลกใบนี้โดยไม่จำเป็น