Runaway Jury… #หนังดีที่เคยดู

เหตุสลดในรั้วโรงเรียนที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ที่เป็นรองก็แต่เพียงเหตุก่อการร้ายนั้น… คนทั่วโลกต่างก็เคยเห็นข่าว “เหตุกราดยิงในโรงเรียน” ปีแล้วปีเล่าที่เกิดบนแผ่นดินบาปที่ให้เสรีการครอบครองปืนในหลายๆ มลรัฐ… โดยปืนพก และ ปืนเล็กประจำกายหลายแบบถูกครอบครองโดยครอบครัวชาวอเมริกัน และ มีเด็กจำนวนมากสามารถหยิบจับ และ แอบใช้อาวุธปืนของผู้ปกครองมากมาย… บ่อยครั้งจึงได้เห็นการใช้อาวุธปืนโดยเด็กเพื่อ “สางแค้น” เพื่อนในโรงเรียน ทั้งที่มีสาเหตุมาจากการกลั่นแกล้ง หรือ Bully ในโรงเรียน รวมทั้งปัญหาสุขภาพจิตในเด็กที่ซับซ้อน และ ยากต่อการเฝ้าระวัง… รวมทั้งเหตุกราดยิงเพื่อทำลายคนอื่นจากคนที่ไม่มีอะไรจะเสียในสถานที่ต่างๆ อีกมาก

เหมือนกรณีเหตุกราดยิงในนิวออร์ลีนส์ โดยอดีตพนักงานบริษัทนายหน้าค้าหลักทรัพย์ที่ถูกไล่ออก ทำให้มีผู้เสียชีวิตในครั้งนั้นมากถึง 11 คน และ มีคนบาดเจ็บอีกมาก… โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตคราวนั้นมีชื่อ Jacob Wood รวมอยู่ในจำนวนผู้เคราะห์ร้ายด้วย และ ในอีกสองปีต่อมานั่นเองที่ภรรยาม่ายของ Jacob Wood ชื่อ Celeste Wood กับอัยการชื่อ Wendell Rohr ก็ได้ยื่นฟ้องผู้ผลิตปืนรายใหญ่ชื่อ Vicksburg Firearms ในข้อหาประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนเป็นเหตุให้สามีของเธอเสียชีวิตเพราะปืนที่ผลิตโดย Vicksburg Firearms… และ คดีได้ขึ้นสู่ศาล

กระบวนการพิจารณาคดีแพ่งและอาญาในสหรัฐอเมริกาจะใช้ระบบลูกขุน หรือ Jury System… ซึ่งจะมีการคัดเลือก “คณะลูกขุน หรือ Jury Trial” ก่อนการเริ่มพิจารณาคดีโดยมีทนายโจทก์ และ ทนายจำเลยเข้าร่วมการคัดเลือกคณะลูกขุนต่อหน้าผู้พิพากษา… ซึ่งการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุนเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่คณะลูกขุนจะร่วมกันค้นหาข้อเท็จจริง และ พิจารณาเสนอคำตัดสินใจภายใต้อำนาจของศาล… การฟ้องร้องคดีแพ่งและคดีอาญาที่มีเดิมพันสูงๆ ในสหรัฐอเมริกาจึงมีการชิงไหวชิงพริบในการเลือกลูกขุนโดยทนายความของทั้งสองฝ่าย ที่จำเป็นจะต้องได้ลูกขุนที่มีแนวโน้มว่าจะตัดสินเข้าข้างพวกตน… ในคดี Vicksburg Firearms ที่จำเลยเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปืนรายใหญ่ และ ทรงอิทธิพล ซึ่งพลาดจนแพ้ไม่ได้เพราะค่าปรับ และ เงินชดเชยเหยื่อผู้เสียหายอาจสูงถึงขั้นทำให้กิจการล้มละลายได้… ทีมกฏหมายของ Vicksburg Firearms จึงให้ความสำคัญกับการเลือกลูกขุนเพื่อปิดทุกโอกาสที่จะพ่ายแพ้

และเพื่อประกันผลการตัดสินคดีที่เป็นประโยชน์สูงสุดกับตนของฝ่ายจำเลย… ทีมต่อสู้คดีของ Vicksburg Firearms จึงว่าจ้าที่ปรึกษาการเลือกลูกขุนภายใต้การนำของ Rankin Fitch ผู้มีผลงานจากการช่วยลูกความธุรกิจยาสูบให้ชนะคดีฟ้องเรียกค่าเสียหายมาแล้วมากมาย… ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จของ Rankin Fitch คือการใช้เทคโนโลยีการสอดแนม และ สืบประวัติขั้นละเอียดเพื่อยืนยันตัวลูกขุนที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายตน รวมทั้งการพยายาม “กำจัด” ลูกขุนบางคนออกจากคณะลูกขุนก่อนการตัดสินคดี เพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด “คำตัดสินพลิกความคาดหมาย” ไปเป็นประโยชน์กับฝ่ายตรงข้าม 

แต่การพิจารณาคดี Vicksburg Firearms ซับซ้อน และ วุ่นวายจนบานปลายควบคุมได้ยากจากลูกขุนชื่อ Nicholas Easter หรือ Nick กับแฟนสาวของเขาชื่อ Marlee ที่ทั้งสองเคยมีอดีตจากเหตุกราดยิงในโรงเรียน และ ช่วยกันวางแผนทำลายการสอดแนม และ เลือกลูกขุนของ Rankin Fitch… ที่ทั้งคู่จ้องเล่นงานทั้ง Rankin Fitch และ Vicksburg Firearms มานาน

เรื่องราวการฟ้องร้องคดี Vicksburg Firearms เป็นเรื่องเล่าในหนัง Runaway Jury ที่ดัดแปลมาจากนวนิยายขายดีเรื่อง The Runaway Jury ของทนายนักเขียนชื่อดังอย่าง John Grisham ซึ่งนิยายของเขาอย่าง The Client… The Firm…  A Time to Kill…  The Pelican Brief และ The Rainmaker ล้วนถูกนำมาสร้างเป็นหนังฟอร์มใหญ่ใช้ดาราดังเข้าฉากทั้งหมด และ ทั้งหมดเป็นเรื่องราวด้านมืดของอาชีพทนายความในสหรัฐอเมริกาจากหลากหลายแง่มุม โดย The Runaway Jury ก็เป็นหนึ่งในการตีแผ่ “เบื้องหลังคำพิพากษา” ผ่านแง่มุมที่น่าตื่นตะลึง และ ชวนสงสัยใคร่ติดตาม ซึ่งถ้าเป็นนักอ่านนิยาย และ ได้หยิบงานของ John Grisham ขึ้นมาอ่าน… ส่วนใหญ่ก็ยากที่จะวางลงก่อนจะอ่านจบ

ส่วน Runaway Jury เวอร์ชั่นหนังถูกกำกับการแสดงโดย Gary Fleder โดยมี John Cusack มารับบท Nicholas Easter และ Rachel Weisz มารับบท Marlee พร้อมด้วยดารารุ่นใหญ่อย่าง Gene Hackman ในบท Rankin Fitch และ Dustin Hoffman ในบท Wendell Rohr… ดาราทุกคนแสดงได้ดีเกินบท ทั้งๆ ที่การลำดับเรื่องในหลายๆ ฉากเนียนไม่พอจนแทบจะหมดสนุก… ซึ่งถ้าได้ดาราฝีมือด้อยกว่านี้มาแสดงก็คงกลายเป็นหนังเกรดบีไปได้ไม่ยาก

Runaway Jury เป็นหนังทนายที่มีฉากอาชญากรรมให้ลุ้นระทึกจากการชิงไหวชิงพริบ และ ชวนสงสัยทั้งเรื่อง… ถึงแม้ปมของเรื่องบางปมจะถูกขยัก หรือ เล่าข้ามอย่างโจ่งแจ้งจนหมดเสน่ห์ไปมาก ทั้งๆ ที่ขนดารามีชื่อมากมายมาเข้าฉาก… หนังทุนสร้าง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ ออกฉายช่วงกลางเดือนตุลาคมปี 2003 จึงทำเงินได้เพียง 80.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อลาโรง… แต่ก็เป็นหนังที่ดูเอาบันเทิงได้สนุกมากอีกเรื่องหนึ่ง

References… 

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.