3 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มขายออนไลน์

ผมกำลังหาทางทำให้คำแนะนำเรื่องการค้าขายออนไลน์ เป็นเรื่องเข้าใจง่ายและทำได้ไม่ยาก ประเด็นใหญ่ก็คือ ผมไม่มีทางทำคำแนะทำคลอบคลุมความสนใจและเติมเต็มข้อจำกัดหรือเงื่อนไขเฉพาะที่มีมากมายได้

และเท่าที่ผมมีประสบการณ์มาบ้าง… การสอนเรื่องขายของออนไลน์สำหรับมือใหม่เกือบทั้งหมด ผมมักจะเจอความกังวลเรื่องทักษะทางดิจิตอลตั้งแต่ระดับกล้าๆ กลัว ไปถึงวิตกกังวลเลยก็มี

เทคนิคของผมที่ใช้เรียกความเชื่อมั่นที่ใช้บ่อยๆ ก็คือ… ถามก่อนว่าใครไม่มีมือถือมาวันนี้? และใครถ่ายรูปด้วยมือถือไม่เป็น?… สองคำถามนี้ เป็นท่านจะยกมือหรือนั่งกอดอกอมยิ้มครับ

… สำหรับผมถือว่าทักษะทางดิจิตอลเพื่อขายของออนไลน์ แค่มีมือถือใช้กับถ่ายภาพเป็นก็ถือว่าพื้นฐานดีพอแล้วละ… และนี่นับเป็นสิ่งแรกที่ต้องมีคือ ทักษะดิจิตอลเบื้องต้น

ประเด็นต่อมาคือคำถามว่า… ท่านจะขายอะไร?… คำตอบที่ผมเจอจะแบ่งคนเป็นสองกลุ่มใหญ่ครับ… ถ้าเป็นท่านที่ค้าขายอยู่ก่อนก็มักจะตอบคำถามได้ง่าย และการทำข้อมูลสินค้าและข้อมูลร้านค้าก็จะไม่มีปัญหาเช่นกัน

แต่กับท่านที่เป็นมือใหม่เอย ท่านที่กำลังมองหารายได้เสริมเอย รวมทั้งหลายท่านที่มาแบบยังไม่มีจุดหมายปลายหมุดอะไรมาก่อน… ส่วนใหญ่จะสะดุดเรื่องข้อมูลสินค้าที่หลายท่าน เสียเวลาค่อนข้างมากเพราะยังขาดไอเดียและแรงบันดาลใจที่จะโฟกัสความอยากขายของ แต่ไม่ได้นึกว่าอยากจะขายอะไร?… ให้ใคร?… เพราะอะไร? มาก่อน… คำแนะนำในประเด็นที่สองนี้ ขอให้ท่านหาให้เจอว่าอยากขายอะไรให้ใคร… ท่านเอาสินค้าตั้งต้นก่อนก็ได้… ถ้าเจอว่าอยากขายอะไรก่อน หรือมีอะไรที่ขายได้อยู่ในมือ… ก็มาดูว่าจะหาสินค้ามาขายใครแทนก็ได้… อย่าลืมหาข้อมูลเยอะๆ ด้วยครับ

ที่สำคัญ… พยายามเลี่ยงหลีกคำเชิญชวนหรือโฆษณาเชิญชวนแปลกๆ ที่ทำให้เคลิ้มว่าไม่ต้องลงทุนลงแรง… ระลึกไว้เสมอว่า ยิ่งเรารู้น้อยและอยากหาโอกาสดีๆ มากกว่าเดิมเท่าไหร่ อย่ากลัวเรียนหนัก ฝึกหนักและงานหนัก… ในอินเตอร์เน็ตก็ไม่มีโชคดีแจกฟรี และเลิกคิดเรื่องจับเสือมือเปล่าด้วยน๊ะครับ

ประเด็นที่สามคือ Mindset… ผมทราบดีครับว่า คนเราอยากลุกมาขายของออนไลน์ เพราะอยากมีอาชีพ อยากมีรายได้และอยากทำกำไรเป็นพื้นนั่นแหละ แต่โลกออนไลน์จะมีมิติที่การขายกับการซื้อ… ใช้ข้อมูลสื่อสารกันมากกว่าการสัมผัสพูดคุย เทคนิคหลายอย่างที่จะทำให้ท่านประสบความสำเร็จได้ ต้องการหลักคิดที่ถูกต้องหลายมิติเช่นกัน… ซึ่งคำแนะนำจากผมจะมัดรวมกันไว้ที่ Mindset ที่ต้องใส่ใจทุกรายละเอียดจากมุมมองเชิงบวกมากๆ เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ที่น่าเชื่อถือ อันเป็นประเด็นใหญ่ที่ต้องสร้างและรักษาความน่าเชื่อถือให้อยู่ในระดับที่คนยอมจ่ายเงินให้ได้… และโปรดเข้าใจด้วยว่า ในโลกออนไลน์สร้างความน่าเชื่อถือยากมากแต่กลับอ่อนไหวและถูกทำลายได้ง่ายมาก… 

การสร้างความน่าเชื่อถือในโลกออนไลน์มีหลักที่ผมแนะนำเสมอๆ คือ ความน่าเชื่อถือเกิดจากความเชื่อของว่าที่ลูกค้าและลูกค้า… ซึ่งท่านสร้างได้ไม่ยากถ้าเข้าถึงความคิดและความเชื่อของลูกค้า… ก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน แค่เรื่องชอบอะไรกับไม่ชอบอะไรเท่านั้นเอง… สองคำครับ… สำหรับ Mindset ที่ต้องมีคือ… ใส่ใจ!

สรุปว่าเตรียม 3 อย่างนี้ครับ…

  1. โทรศัพท์กับถ่ายภาพให้เป็น
  2. รู้ให้ได้ว่าอยากขายอะไร ขายให้ใคร เพราะอะไรลูกค้าต้องมาซื้อกับท่าน
  3. ใส่ใจรายละเอียดและข้อมูล Insight ของว่าที่ลูกค้าและลูกค้าให้มาก

ตลอดหลายปีมานี้ ข้อมูลในมือของผมเรื่องคนอยากขายของออนไลน์มีเยอะมาก และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มจดๆ จ้องๆ อยู่คนเดียว… มักจะหาข้อมูลอ่านไปเรื่อยๆ ถามไปเรื่อยๆ แต่ไม่หยุด “สร้างเงื่อนไขแห่งโอกาส” ให้ตัวเองได้เริ่มลงมือทำซักที… ถ้าท่านไหนที่ยังเริ่มต้นไม่ได้ทั้งที่อยากขายของออนไลน์เหลือเกิน… ลองหาดูก่อนครับว่าติดขัดตรงไหน… ส่วนใหญ่ที่ผมเจอจะติดขัดที่ความคิดตัวเองมากกว่า… หลายครั้งผมพบว่า มีคนติดขัดไม่ลงมือทำเพราะเชื่อว่าตัวเองทำไม่ได้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยลองทำมาก่อน… ท่านที่มาเจอผมด้วยปัญหาแบบนี้ผมจะถามว่า… ถ้าท่านลองทำแล้วล้มเหลว ท่านจะได้รับผลกระทบยังไง?

…หาคำตอบให้ตัวเองดูน๊ะครับ

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

Basic Instinct

Basic Instinct… เจ็บไม่ธรรมดา #หนังดังที่เคยดู

Basic Instinct ที่เป็นเรื่องราวของ Catherine Tramell นักเขียนนิยายฆาตกรรมและผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรม Johnny Boz อดีตนักร้องดังที่ถูกฆ่าด้วยเหล็กเจาะน้ำแข็งขณะมีเพศสัมพันธ์บนเตียงนอน… และเป็นการตายเหมือนฉากฆาตกรรมในนิยายที่ Catherine Tramell เขียนและพิมพ์ขายไปแล้ว แถมยังมีคนเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันก่อนเวลาเกิดเหตุอีกด้วย

Scrum

Agile… Scrum/Sprint Methodology

การมอบหมายงานและแจกแจงแบ่งหน้าที่จึงต้องชัดเจนและละเอียด โดนการแบ่งงานทั้งหมดออกเป็นส่วนๆ แล้วเอางานแต่ละส่วนมาสร้าง To do list หรือรายการที่ต้องทำ… แล้วจึงเอา To do list มาแจกจ่ายให้ทีมช่วยกันทำให้งานส่วนนี้เสร็จไปตามแผน… โดยรอบของการทำ To do list ของส่วนนี้เสร็จให้เรียกว่า Sprint นี้เสร็จ

Start With Why และวงกลมทองคำ

หลังจากงานเขียนเรื่องกฏ 80/20 ไปเสร็จ… ก็รู้สึกว่ายังเหลือเงื่อนอะไรที่อยากเล่า ค้างๆ อยู่เยอะ… อาจจะเพราะผมพยายามสรุปเนื้อหาให้ไม่ยาวเกินไป หรือยังไงก็ไม่ทราบ ทำให้ผมนึกถึง TED Talk ตอนที่ Simon Sinek สรุปเรื่อง “วงกลมทองคำ” ซึ่งเป็นเนื้อหาในหนังสือขายดีระดับโลกอย่าง  Start With Why ขึ้นมา

young boy listening

The Art of Reactions to Feedback… ศิลปะการรับมือกับเสียงติชม

การฟังแบบ Empathy ก็ยังถือว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพราะยังมีการฟังอีกอย่างหนึ่งที่ยากกว่า นั่นก็คือ… การฟังเสียงติชมหรือ Feedback ซึ่งสารที่ได้ยิน ส่วนใหญ่จะจู่โจมผู้ฟังมากกว่าสารแบบอื่นๆ ที่จะเป็นรองก็เพียงแต่การถกเถียงขั้นขัดแย้งตอบโต้ด่าทอเท่านั้น อันเป็นสารที่กระทบความรู้สึกของผู้ฟังอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะความรู้สึกด้านลบครีมหมักจากมีปฏิกิริยาตอบโต้ ค่อนข้างฉาบฉวยที่หมายถึง ขาดการไตร่ตรองก่อนการตอบโต้นั่นเอง