Self Acceptance… รับตัวเองได้แค่ไหน? #SelfInsight

Self Acceptance

โดยพื้นฐานทางจิตวิทยาส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับมุมมอง และ ทัศนคติที่มีต่อตัวเองนั้น โดยทั่วไปจะมีคำอยู่ 2 คำที่คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน ซึ่งได้แก่คำว่า Self Esteem หรือ การเห็นคุณค่าตน กับคำว่า Self Acceptance หรือ การยอมรับตนเอง

การยอมรับตนเอง หรือ Self Acceptance หรือ ความพึงพอใจขั้นมีความสุขได้กับปัจจุบันขณะของตน ซึ่งเป็นการตกลงกับตัวเองที่จะเห็นคุณค่าของตนขั้นยอมรับ และ เห็นดีเห็นงามกับตัวตนที่เป็นอยู่ โดยข้ามความปิติปรีเปรมเกินพอดี และ ข้ามข้อบกพร่องผิดพลาดโดยยอมรับปัจจัยด้านด้อยของตน… ข้ามความรู้สึกผิดของตน… ให้โอกาสกับความบอบช้ำทางจิตใจของตน… อยู่กับสิ่งที่มีและที่เป็นอย่างมีความสุขตามที่เป็นจริง… ซึ่งการยอมรับตนเองถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถนำสุขภาพจิตที่ดีมาให้ตนได้

ในการบำบัดผู้ป่วยที่สูญเสียแรงจูงใจจากการยอมรับตนเองไม่ได้ของ Dr.Leon F. Seltzer นักจิตวิทยาระดับศาสตราจารย์จาก Queens College และ Cleveland State University ประเทศอังกฤษให้ข้อมูลว่า… ถ้าพบคนไข้ที่ขาดความนับถือตัวเอง Dr.Leon F Seltzer จะพาคนไข้สำรวจแง่มุมในตนเองเพื่อหาประเด็นที่คนไข้ไม่สามารถยอมรับ หรือ ข้ามผ่าน และ ช่วยคนไข้ตัดสินตัวเองในแง่มุมเหล่านั้นใหม่จนได้ความคิดเชิงบวกคืนให้ตัวเอง 

การตัดสินตัวเองใหม่โดยหาทางคืนความเป็นธรรมแก่จิตใจตนเอง โดยเฉพาะการตัดสินข้อบกพร่องผิดพลาด หรือ แม้แต่ตราบาปที่มาจากความบกพร่องผิดพลาดอันฝังแน่นกับจิตใจมาอย่างยาวนาน… ซึ่งการเปิดโอกาสให้ยอมรับความผิดพลาด โดยทำความเข้าใจกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับตนเองอย่างมีเหตุผล โดยเฉพาะปัจจัยหลักๆ ทั้ง 5 ได้แก่

  1. การสะท้อนภาพจากบุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว หรือ เพื่อนผู้คอยติเตียนว่ากล่าวถึงปมด้อย จนมีอิทธิพลต่อความเชื่อมั่นและแรงจูงใจ
  2. การยอมรับตนเองขั้นพื้นฐาน หรือก็คือการติเตียนว่ากล่าวตนเองจนขาดความเชื่อมั่นและแรงจูงใจพื้นฐานของตนเอง
  3. การยอมรับตนเองอย่างมีเงื่อนไข ซึ่งเป็นการสร้างข้อแม้ให้ตัวเองบกพร่อง และ ใช้ข้อบกพร่องว่ากล่าวติเตียนตนเอง
  4. การประเมินตนเอง เป็นการเลือกใช้เกณฑ์ภายนอกโดยตนเองนำมาเปรียบเทียบกับตนเองจนเห็นข้อบกพร่องผิดพลาดมากมาย
  5. การเปรียบเทียบตนจริงกับตนในอุดมคติ หรือการจินตนาการว่าตนเองควรเป็นอย่างไร แล้วนำมาเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบกับตนเองในปัจจุบันขณะ จนเห็นข้อบกพร่องผิดพลาด

จะเห็นได้ว่า… ปัจจัยทั้ง 5 ประการที่กล่าวมาทั้งหมด จะมีเพียงการสะท้อนภาพจากบุคคลอื่นเท่านั้นที่ตนเองควบคุมไม่ได้… ซึ่งถ้าตนเองไม่เอาภาพสะท้อนจากผู้อื่นมาวิพากษ์ติเตียนตนเองต่อ… ความไม่ยุติธรรมที่ตัวเองตัดสินตัวเองไปในทางลบก็จะไม่เกิดขึ้น

การยอมรับตนเองโดยไม่ตัดสินตนเองไปในทางลบ จึงเป็นการยอมรับให้ได้ว่าตนมีจุดอ่อน และ บกพร่องได้

งานตีพิมพ์หัวข้อ Self-acceptance: The Evaluative Component of the Self-concept Construct ของ Lorrie A. Shepard ได้กล่าวถึงการยอมรับตนเองว่า… เป็นความพึงพอใจ หรือ ความสุขส่วนตัวเกี่ยวกับตนเอง โดยเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตนเองมีสุขภาพจิตที่ดี… การยอมรับตนเองจึงเกี่ยวข้องกับการเข้าใจตนเอง การรับรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง แม้ว่าจะเป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่แสดงออกทางความรู้สึกเกี่ยวกับตนเองโดยเชื่อว่าเป็นเอกลักษณ์ หรือ อัตลักษณ์ของตนเองก็ตาม… การยอมรับตนเองนั้นถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับตนเองเสมอ… ซึ่งถ้าสามาถทำให้การยอมรับตนเองเกิดขึ้นในทางบวกได้โดยการหยุดวิจารณ์ และ แก้ไขข้อบกพร่องก่อน แล้วจึงยอมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง แม้จะยังเหลือความบกพร่องกับตนบางส่วนหลังจากได้พยายามแก้ไขแล้ว

ประเด็นก็คือ… การยอมรับตัวเอง หรือ Self Acceptance ขั้นพาตัวเองกลับมามองโลกในแง่ดีได้… พอใจ และ เคารพตนเองได้… มีความสุขในการใช้ชีวิต และ มีเป้าหมายในชีวิต กระตือรือร้น มานะพยายามได้… จะหมายรวมถึงการมี Self Esteem หรือ การรู้คุณค่าของตนมากเพียงพอที่จะยอมรับตัวเองได้ด้วย

ทั้งหมดนั้นเริ่มต้นที่… ยุติธรรมกับตัวเองโดยการตัดสินตัวเองอย่างเข้าใจ และ ถ้าขาดการยอมรับนับถือตัวเองถึงขั้นไม่สามารถยอมรับ หรือ ข้ามผ่านไปได้ง่ายๆ ก็จงลองหาทาง “อภัยโทษให้ตัวเอง” เพื่อนำความเชื่อมั่นต่อคุณค่าของตนกลับมา… และที่เหลือก็แค่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายใต้ขีดจำกัดที่พยายามแก้ไขแล้ว และ ได้ความยุติธรรมให้ตนเองอย่างที่สุดแล้ว…

ไม่ง่ายหรอกครับ… แต่ก็ยากที่จะมีใครอื่นช่วยได้!!!

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Silver Economy

Silver Economy

การขยายตัวและเพิ่มขึ้นของกลุ่มคนสูงอายุทั่วโลก จะทำให้ผู้สูงอายุกลายเป็น Generation ที่ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจภายใน 10 ปีนับจากนี้… พร้อมกับนิยามเดิมๆ ของผู้สูงวัย จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

Standing Meeting

Super Productive Meeting… ประชุมให้ได้เรื่องได้ราวสูงสุด

การประชุมเป็นได้ทั้งกลไกการขับเคลื่อนผลักดัน และอุปสรรคขวางกั้นหลายๆ อย่างที่จะเกิดขึ้นหลังประชุม… ถ้าทีมหรือองค์กรไหนโชคดีที่การประชุมทุกครั้งสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีได้ ส่วนใหญ่จะก้าวหน้าเติบโตชัดเจน… ส่วนทีมหรือองค์กรไหนที่การประชุมเป็นเพียงการพบปะเพื่อกลับไปทำงานเดิมๆ ให้ลุล่วง หรือย่ำแย่ถึงขั้น “ไม่มีข้อสรุปสร้างสรรค์จากที่ประชุม…” ส่วนใหญ่ก็จะน่าเบื่อและวนเวียนอยู่กับที่ และไม่มีอะไรน่าสนใจให้ตื่นเต้น… และอยู่กับวัฒนธรรมองค์กรแบบแตงเถาตายรอวันเน่าไปเท่านั้น

Presentation

Message and Structuring of Presentation… สารและการจัดวางบนสไลด์

แนวคิด “การแปลงสารเป็นสไลด์” เพื่อเรียงลำดับ Messages แต่ละชิ้นที่คนออกแบบการสื่อสารในทุกวัตถุประสงค์ ของทุกขนาด Messages… สามารถส่งสารไปยังจุดหมายปลายทางได้ครบถ้วน… ซึ่งการแบ่ง Message เป็นชิ้นย่อยก็เพื่อไม่ให้ Message ของเราเกิดปรากฏการณ์ Cognitive Overload กับผู้รับสารหรือ Receiver… ซึ่งกรอบทฤษฎี Cognitive Load Theory ที่ว่าด้วยแนวทาง “ช่วยนำส่งสาร” ในลักษณะคาดคะเนประสิทธิภาพของสารที่จะเข้าถึงกลไกสมองระดับสติปัญญาของ Receiver หรือ Target Audience