Why

Shared Vision Skill #ExtremeLeader

วิสัยทัศน์ หรือ Vision ขององค์กรในทางเทคนิค… จะเป็นข้อความ หรือ Message หรือ สารท่อนหนึ่งที่ใช้นิยามภาพในอนาคตขององค์กร “เพื่อสื่อสาร” กับสมาชิกทุกคน… เป้าหมายทางเทคนิคของวิสัยทัศน์องค์กรทุกกรณีจึงต้องการส่วนร่วมจากทุกคนในองค์กร อันหมายถึง การตีความวิสัยทัศน์บนภาพร่าง หรือ โครงร่างเดียวกัน และ ทุกคนที่มีหน้าที่ หรือ แม้แต่หลายคนที่ขอทำหน้าที่ “สร้าง และ ทำ” วิสัยทัศน์เหล่านั้นให้เป็นจริงทุกๆ ส่วน… สำคัญมากที่ต้องสร้างทำทุกอย่างบนวิสัยทัศน์เดียวกันทั้งองค์กร

การมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน หรือ มีวิสัยทัศน์เดียวกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญของการต้องมีวิสัยทัศน์ และการที่คนในองค์กรจะมีวิสัยทัศน์ร่วมกันได้ถึงขั้น “เป็นวิสัยทัศน์เดียวกัน” จึงต้องมีการสื่อสารเกี่ยวกับวิสัยทัศน์อย่างชัดเจน และ คนในองค์กรที่ต้องทำหน้าที่สื่อสาร และ อธิบายสารเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ จึงเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากผู้นำ หรือ หัวหน้า และหรือ เจ้านาย…

คำถามคือ… การสื่อสารเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ต้องทำอย่างไร?

คำแนะนำจาก Michael K. Sahota เจ้าของโมเดลพัฒนาผู้นำด้วย ​​SELF Framework และบล็อกเกอร์ประจำ shift34.com ให้คำแนะนำว่า… ผู้ที่จะทำหน้าที่สร้างการมีส่วนร่วมบนวิสัยทัศน์เดียวกันของคนในองค์กรจำเป็นจะต้อง “เข้าใจความสำคัญ” ของการที่คนทุกคนจากต่างบทบาท และ หน้าที่ความรับผิดในองค์กร จำเป็นต้องเห็นภาพอนาคตเป็นภาพเดียวกันก่อน… โดยเฉพาะความสำคัญของงานในบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง ซึ่งต้องถูกจัดวาง “ให้เกิดพลังสูงสุดในการสร้างทำวิสัยทัศน์ให้เป็นจริง” ถึงขั้นที่ทุกคนรู้ได้เลยว่า “นาทีความสำเร็จขั้นอิ่มเอิบคือตอนไหน”

เหมือนทีมฟุตบอลที่ช่วยกันทำหน้าที่จนเห็นลูกฟุตบอลหลุดเข้าประตูคู่แข่ง ซึ่งเป็นเป้าหมาย ซึ่งภาพที่ทุกๆ คนในทีมเห็นเหมือนกันมานาน และ ทุกคนในทีมตั้งแต่สปอนเซอร์และผู้บริหารทีม ไปจนถึงนักฟุตบอล รวมทั้งแม่บ้านภารโรงของทีม ต่างก็ช่วยกันเพื่อให้นักฟุตบอลได้ซ้อมเต็มที่จนถึงวันแข่ง… เพื่อสร้างโมเมนต์แห่งชัยชนะด้วยการยิงลูกเข้าประตูไป และ ทุกคนได้อิ่มเอิบกับชัยชนะและความสำเร็จนั้นพร้อมกันได้อัตโนมัติโดยไม่ต้องมีใครประกาศ

นอกจากนั้น… ผู้ที่จะทำหน้าที่สร้างการมีส่วนร่วมบนวิสัยทัศน์เดียวกันของคนในองค์กรยังจำเป็นจะต้องเข้าใจ “แรงจูงใจ” ซึ่งวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมจะเต็มไปด้วย “พลัง” ที่ตรงเข้าใส่ “ความกระตือรือร้น” ของสมาชิกในองค์กร

ประเด็นก็คือ… การนำส่ง “วิสัยทัศน์” ในระดับหวังผลให้เกิด “ความสำคัญ และ แรงจูงใจ” ต่อทุกคนในองค์กร หรืออย่างน้อยกับคนส่วนใหญ่ในองค์กร… ต้องอาศัยเวลาเพื่อให้วิสัยทัศน์เติบโตในความรับรู้ของทุกคนจน “ความสำคัญ” เติบโตและเด่นชัดถึงขั้นที่ทุกคนเกิด “แรงใจ” ซึ่งจะงอกงามกลายเป็น “แรงบันดาลใจ” ต่อวิสัยทัศน์และเป้าหมายร่วมกัน… ซึ่งวิสัยทัศน์ร่วมกันจะเปลี่ยนเป็นความสำเร็จร่วมกันในที่สุด

ส่วนเทคนิคการสื่อสาร หรือ นำส่ง “วิสัยทัศน์” โดยหวังผลให้เกิด “ความสำคัญ และ แรงจูงใจ” อย่างทั่วถึงในองค์กรนั้น… ผู้นำต้องมีทักษะการสื่อสารให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจและเข้าถึง “Why? หรือ ทำไม?” อันเป็นเหตุผลของการ “มีวิสัยทัศน์ และ มีเป้าหมาย” ด้วยคำตอบเดียวกัน… ซ้ำๆ จนเติบโตงอกงาม

References…

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest
Share on tumblr
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.