The Silence Of The Lamb #หนังดีที่เคยดู

Silence Of The Lamb

ในบรรดาหนังสืบสวนสอบสวนแนวจิตวิทยา หรือ Psychological Thriller Drama ซึ่งมีฆาตกรโรคจิตเป็นแกนของเรื่องนั้น… ชื่อ Hannibal Lecter และ Silence Of The Lamb ยังถือว่าเป็นหนังสืบสวนสอบสวนและหนังสยองขวัญ ที่ได้รับการยกย่องตลอดกาลเรื่องหนึ่ง โดยมีภาพศพชวนขนลุก และ ชวนสะอิดสะเอียนแทรกอยู่ในเนื้อเรื่องให้อึ้งแล้วอึ้งอีกแทบจะตลอดเรื่อง

หนังเริ่มเรื่องโดยนักเรียน FBI จาก FBI Academy ชื่อ Clarice Starling ถูกหัวหน้าหน่วย Behavioral Science Unit ตามตัวมาจากสนามฝึก ในระหว่างที่เธอกำลังวิ่งออกกำลังกายประจำวัน โดยการวิ่งเข้าด่านเครื่องกีดขวางในสนามฝึกมาตรฐานคนเดียว ซึ่งบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทของ Clarice Starling ซึ่งเธอได้รับมอบหมายจาก Jack Crawford หัวหน้าหน่วย Behavioral Science Unit ให้ไปสัมภาษณ์ จิตแพทย์ผู้ถูกจับคุมขังเพราะก่อคดีฆาตกรรมและกินเนื้อมนุษย์ชื่อ Hannibal Lecter เพื่อขอให้ Hannibal Lecter ช่วยชี้เบาะแสคดีฆาตกรรมถลกหนังหญิงสาวหลายราย โดยมีลูกสาวของสมาชิกวุฒิสภาหายตัวไปในพื้นที่ก่อเหตุ และ FBI เชื่อว่าลูกสาวของวุฒิสมาชิกคือเหยื่อรายต่อไป… และเชื่อว่า Hannibal Lecter น่าจะรู้จักฆาตกรรายนี้จากการเป็นจิตแพทย์ให้ฆาตกรโรคจิตหลายคน ก่อนที่ตัว Hannibal Lecter จะถูกจับเพราะเป็นฆาตกรโรคจิตสุดสยองอีกคนหนึ่งเสียเอง

หนังเปิดภาพการทำงานจริงของ FBI หลายฉาก ยกเว้นการใช้งานนักเรียน FBI ให้ทำงานเดี่ยวโดยลงพื้นที่สืบสวนเพียงลำพัง จนพาตัวเองไปเจอฆาตกรให้มีฉากระทึกส่งท้าย… แต่ก็ถือว่าเป็นพล๊อตมาตรฐานหนังแนวสืบสวนสอบสวน ซึ่งยังไงก็เป็นเรื่องแต่งอยู่ดี

โดยส่วนตัวผมสนใจมุมกล้องของ Silence Of The Lamb เป็นพิเศษ โดยเฉพาะการถ่ายภาพคู่สนทนาของ  Clarice Starling ให้เหมือน “คนดูเป็น Clarice Starling” จนคนดูหลายคนถูกหนังดึงเข้าไปมีอารมณ์ร่วมอย่างลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว… ท่านที่เคยดูหนังเรื่องนี้ในโรงมาก่อนก็คงพอจะจำความรู้สึกวันนั้นได้อยู่… และหลายท่านคงเข้าถึงความรู้สึกแบบ “ลูกแกะ” ทั้งแบบที่ “ถูกต้อน” จากคนที่จิตแข็งถึงขั้นพลางใบหน้าด้วยผิวหนังที่ลอกมาจากใบหน้าคนอื่น ในขณะที่ชีพจรยังเต้นราบเรียบเป็นปกติ และ กินเนื้อมนุษย์ดิบสดได้อย่างเลือดเย็น… และ “ลูกแกะ” ที่ถูกเลี้ยงไว้เพื่อรอเชือดเอาอวัยวะไปทำชุดสวยให้คนหลงไหลสวมใส่

 Silence Of The Lamb จึงเป็นหนังที่มี “สาร หรือ Message” ฝังใส่ในบทมาซับซ้อน โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “หนังคนทำเสื้อผ้า” ซึ่งเสียดสีการใส่หนังสัตว์ โดยเฉพาะขนแกะทำเสื้อผ้าตรงๆ เงียบๆ และยังมีประเด็น LGBT และ แง่มุมทางพฤติกรรมที่อาจจะไปกระตุ้นแรงจูงใจฆาตกรโดยไม่รู้ตัว เพราะขาดความระมัดระวัง โดยเฉพาะฉากที่คนร้ายแกล้งบาดเจ็บเพื่อล่อเหยื่อให้เข้าสู่กับดักอย่างง่ายดาย… ซึ่งควรเป็นอุทาหรณ์ในการระมัดระวังภัยสำหรับทุกคน

 Silence Of The Lamb ใช้ทุนสร้าง 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกฉายช่วงต้นปี 1991 ทำเงินได้มากถึง 272.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ… แถมด้วย 4 รางวัลออสการ์ หรือ Academy Awards ได้แก่ 

นอกจากนั้น Jodie Foster ผู้รับบท  Clarice Starling ยังได้รางวัลลูกโลกทองคำดารานำหญิงอีกหนึ่งรางวัล…

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

อคติส่วนตัว… สนิมทุกข์ที่ใครก็เคาะออกได้

การตัดสินคนอื่นโดยทัศนคติส่วนตัวที่ไม่ชัดเจน หรือ การมีอคติต่อผู้อื่นนั้น จะหมายถึงการด่วนตัดสินไปก่อนโดยไม่ตรวจสอบอย่างรอบด้าน เหมือนศาลตัดสินจำเลยโดยไม่มีข้อมูลอ้างอิงแต่ใช้วิจารณญาณของผู้พิพากษาชี้ถูกผิดไปตามความเชื่อส่วนตนเพียงลำพัง… ซึ่งในชีวิตจริงย่อมสร้างปัญหาความสัมพันธ์มากมายในทุกๆ ความสัมพันธ์ และหลายกรณีลุกลามจากความเชื่อผิดๆ เล็กน้อยกลายเป็นปัญหาใหญ่ถึงขั้นเรียกเต็มปากว่าโศกนาฏกรรมอันน่าสลดหดหู่ก็มี

Blended Learning Lesson Plan

Blended Instructions Lesson Plan

วิจัยในชั้นเรียนแบบใช้ eLearning กลุ่มหนึ่ง และสอนในชั้นเรียนอีกกลุ่มหนึ่งเทียบกันมาบ้าง… ส่วนใหญ่งานวิจัยแบบนี้จะสรุปว่า “ผู้เรียนทั้งสองกลุ่มมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ต่างกัน” ซึ่งข้อสรุปงานวิจัยแบบนี้แหละ ที่ทำให้ eLearning ในบ้านเราล้าหลังและวังเวงจนกระทั่งมาสำลักโควิดคราวนี้จึงรู้ว่า… เราไม่มีสื่อดิจิตอลเพียงพอสำหรับเด็กๆ

Laschamps Event

Geomagnetic Reversal… สมมุติฐานเรื่องสนามแม่เหล็กโลกกลับขั้ว และ หายนะทางภูมิอากาศโลก

ทีมผู้วิจัยยังพบว่า ความเข้มของสนามแม่เหล็กโลกในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ Laschamps Event ลดต่ำลงจนเหลือเพียง 0–6% ของระดับปกติเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าโลกในยุคดังกล่าวไม่มีสนามแม่เหล็กห่อหุ้มอยู่เลย ทำให้รังสีจากห้วงอวกาศสามารถแผดเผาทำลายชั้นโอโซน ส่งผลให้ภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง และยังทำอันตรายต่อสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตบนโลกด้วย