SMACIT และ Digital Strategy… ชั้นเชิงและเครื่องมือทางดิจิทัล สำหรับธุรกิจ #SaturdayStrategy

Digital Transformation

ตั้งแต่ปลายปี 2019 กระทั่ง 12 เดือนของปี 2020 ที่โลกทั้งใบถูก Disrupted ด้วย Virus nCov-19 ที่คนทั่วโลกแตกตื่นและจดจำในชื่อ COVID-19… และคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วจนถึงบ่ายวันที่ 11 มีนาคม ปี 2021 ที่ผมกำลังเตรียมต้นฉบับอยู่นี้… 2.63 ล้านคนทั่วโลก… ส่วนในโลกธุรกิจที่ต้องพึ่งพาโลกาภิวัตน์ โดยไม่มีโมเดลรายได้และแผนดำเนินงานแบบดิจิทัลอยู่ก่อน… ถ้าไม่โคม่าก็ล้มหายหงายท้องและปิดตัวไปมากมาย… และถึงตอนนี้ก็ยังถือว่าเร็วไปที่จะนับสถิติมาบอกเล่ายืนยันความเสียหายทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างแท้จริง

ความเคลื่อนไหวเรื่อง Digital Transformation ในระดับองค์กรน้อยใหญ่จึงถูกเร่งรัดโดยปริยาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็ข้ามขั้นตอนว่าจะทำอะไรกันอย่างไรบ้างกันมาตั้งแต่การ Lock Down ช่วงไตรมาสแรกปี 2020… ซึ่งแทบทั้งหมดต่างก็ยกระดับ “การสื่อสารภายในองค์กรไปออนไลน์” กันได้หมด แม้แต่ SMEs ที่มีสมาชิกทีมระดับต่ำสิบเองก็ตาม

แต่คำถามต่อมามีว่า… แล้วจะยังไงต่อกับ Digital Transformation?… แค่ไลน์กลุ่ม กับ Zoom และ Microsoft Team เพียงพอหรือยัง?… เอาสินค้าเอาบริการขึ้นเวบบ้าง ขึ้นโซเซียลบ้าง ขึ้น eCommerce บ้าง… เพียงพอหรือยัง? และ เรียกว่า Digital Transformed เรียบร้อยหรือยัง?

ตอบให้เลยครับว่ายัง!!! โดยเฉพาะองค์กรที่ยังไม่รู้จัก SMACIT และยังไม่มี Digital Strategy ที่เป็นรูปเป็นร่างครอบคลุม SMACIT Planning ว่าจะไปทางไหนกับเทคโนโลยีอะไรด้วยกระบวนทัศน์แบบไหนบ้าง?

คำว่า SMACIT มาจากอักษรนำหน้าของคีย์เวิร์ด 5 ตัว ซึ่งการทำ Digital Transformation ในทุกระดับจะวนๆ อยู่กับ 5 เทคโนโลยีนี้คือ… 

  1. Social Media หรือ สื่อสังคมออนไลน์
  2. Mobile หรือ มือถือ
  3. Analytics หรือ การวิเคราะห์ข้อมูล
  4. Cloud หรือ คลาวด์คอมพิวเตอร์
  5. Internet of Things หรือ IoT

เอกสารเผยแพร่จาก Center for Information Systems Research, Massachusetts Institute of Technology ในหัวข้อ HOW TO CREATE A GREAT DIGITAL STRATEGY ได้นำเสนอข้อสังเกตุที่พบทั้งโอกาสและความท้าทาย จากการศึกษาค้นคว้าล้วงลึกลงไปในบริบทที่จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อ Digitized องค์กรให้ถึงโอกาสอย่างแท้จริงทั้งในปัจจุบันและอนาคต… โดยสาระทั้งหมดจะครอบคลุม SMACIT และ Digital Strategy ในแนวทางที่ต่างออกไปจากการวางแผนและดำเนินการตามปกติ

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… การจะทำ Digital Transformation ควรเริ่มต้นที่การทำแผนกลยุทธ์ หรือ Strategic Planning โดยวางทุกบริบทของกลยุทธ์ ให้ประสานกับ SMACIT Technology โดยการประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการตลาด ผลิตภัณฑ์ และบริการ โดยมีกลยุทธ์ที่สำคัญอยู่สองด้านคือ การเข้าถึงลูกค้า หรือ Customer Engagement… และ พัฒนาหรือเลือกสรร Digitized Solutions เพื่อให้โมเดลการเข้าถึงลูกค้า… ไม่เหลือช่องว่างให้การเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ เพิ่มเติมอีก โดยเฉพาะในการกำหนดกลยุทธ์ประสานกับ SMACIT Technology… ซึ่งแผนกลยุทธ์ที่ร่างขึ้นในแนวทางนี้อย่างสมบูรณ์จะถูกเรียกว่า Digital Strategic Planning หรือ Digital Strategy นั่นเอง

ที่เหลือก็แค่ Execute หรือดำเนินการตามแผนครับ… แต่ที่ต้องระวังก็คือ!

การดำเนินการตาม Digital Strategic Planning เพื่อทำ Digital Transformation จะแตกต่างจากการดำเนินการตามแผนทั่วไปอยู่หนึ่งประเด็นสำคัญนั่นก็คือ… ให้จดจ่อหรือโฟกัสอยู่กับ Direction หรือ ทิศทางและลำดับการทำงานตามแผน โดยไม่กำหนดเป้าหมายที่ขาดความยืดยุ่น… ซึ่งหลายกรณีของการ Execute Digital Strategic Planning อย่างถูกต้องและครบขั้นตอนโดยไม่กำหนดเป้าหมายตายตัวล่วงหน้า ส่วนใหญ่มักจะพบโอกาสและเป้าหมายมากกว่าหนึ่งทางเลือก จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนระดับ Business Model อันท้าทายยิ่งกว่าเสมอ

หวังว่าจะพอเห็นแนวทางครับ!!!

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Recent Posts

Related Post

Rain Man

Rain Man และ Autistic Savant #หนังดีที่เคยดู

Autistic Savant คือคนที่เป็นออทิสติกที่มีความสามารถพิเศษ โดยมากความสามารถที่โดดเด่นได้แก่ ดนตรี ศิลปะ การคำนวณปฏิทิน การคิดเลขเร็วแบบสายฟ้าแลบ ทักษะด้านเครื่องยนต์กลไก และการจดจำรายละเอียดต่างๆ ซึ่งอาจมีความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างร่วมกัน… กลุ่มคนที่เป็น Autistic Savant มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่าพวก Rain man ที่เป็นชื่อหนังรางวัลออสการ์ในปี 1988

Killer Presentation

Brilliant Structure of Presentations… โครงสร้างงานนำเสนอขั้นแพรวพราว

Message หรือสารที่ง่ายต่อความเข้าใจอันถูกต้องชัดเจน จะมีโครงสร้างที่ชัดเจนสำหรับการรับรู้ของปลายทางผู้รับสารเสมอ… เหมือนอาหารก่อนกลืนลงท้อง จะมีโครงสร้างเป็นอาหารที่บดเคี้ยวแล้ว จึงกลืนลงท้องได้นั่นเอง และ Minto Pyramid Principle ถือเป็นโครงสร้างการเตรียมสารให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถ “ส่งต่อความเข้าใจอันถูกต้องชัดเจน” วิธีหนึ่ง ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่า… เป็นโครงสร้างที่ล้ำเลิศเพริศแพร้วทั้งฝั่งคนส่งสารและคนรับสาร

Curiosity

Lifelong Learning Skill… ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21

การเปลี่ยนให้ “ความไม่รู้ไปเป็นความรู้” จึงเหลือทางเดียวให้ทุกคนต้องทำนั่นก็คือ เรียนรู้–ลองให้รู้–เรียนให้รู้… ซึ่งการเรียนรู้เพิ่มเติมแล้วเอาความรู้ที่ได้มาใหม่ไปลองลงมือทำ และเรียนรู้ซ้ำจากสิ่งที่ได้ลอง จนกลายเป็นทักษะหรือประสบการณ์ใหม่ “สะสมต่อเติมทักษะและประสบการณ์ใหม่” เพิ่มเติมเรื่อยๆ ด้วยวงจรการเรียนรู้ต่อเนื่องไป โดยสะสมทักษะและประสบการณ์ใหม่ที่ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การเปลี่ยนแปลงด้วยฐานความรู้และทักษะประสบการณ์ใหม่ย่อมเกิดขึ้นไปแล้ว 100% จากทั้งหมดที่เรียนรู้ไปแล้วลองทำไปแล้วและเรียนรู้จากที่ลองทำจนเป็นความรู้และประสบการณ์ของตัวเองไปแล้ว…

Constructivist Theory

Constructivist Theory… ทฤษฎีการสร้างความรู้โดยผู้เรียน

Constructivist Theory ซึ่งเป็นรากฐานแนวคิดให้ผู้เรียน “สร้างความรู้ให้ตัวเอง” มากกว่าจะสอนให้จำและทำให้ดู… ไปสู่การกระตุ้นผ่านประสบการณ์และสังคมตรงไปที่สมองของผู้เรียนเพื่อให้สร้างความรู้ในรูปแบบของตัวเองขึ้นมา… ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ถูกปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนที่เอาผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งมีการพูดถึงและส่งเสริมกันมากในแวดวงการศึกษาของไทยตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา… แต่การเอาผู้เรียนเป็นศูนย์กลางโดยผู้สอนไม่ได้เปลี่ยนอะไร… ภาพสุดท้ายของคุณภาพการศึกษาประเทศไทยจึงวนในอ่าง เหมือนอยากออกเรือไปหาน่านน้ำใหม่ แต่ก็กลัวกลับฝั่งเดิมไม่ได้ เลยล่ามเรือไว้กับฝั่งเดิม แล้วก็ช่วยกันพายอยู่กับที่ จนเรือลำอื่นไปไกลกันหมดแล้ว