แผนและแนวทางการรับมือกับ PM2.5 ฤดูใหม่ 2020-2021 #FridaysForFuture

ความเคลื่อนไหวของกรมควบคุมมลพิษในฤดูฝุ่นพิษและหมอกควัน ที่หลายคนนับถอยหลังอย่างสิ้นหวังมาหลายฤดู รวมทั้งฤดูที่ใกล้เข้ามาที่ฟ้าเริ่มใสไร้เมฆ และน้ำตามแหล่งน้ำเริ่มหายไปอย่างรวดเร็ว

คุณอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนเมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองต่อข้อวิจารณ์การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ของกรมควบคุมมลพิษเองและรัฐบาลที่ไม่มีความคืบหน้าในมุมมองของสังคม

ในปีนี้… กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการถอดบทเรียนและทบทวนแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” และจัดทำแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง 12 ข้อ ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 และในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 มีมติเห็นชอบแผนเฉพาะกิจ เพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเชิงรุก โดยเฉพาะในช่วงเกิดสถานการณ์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. การสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จัดทำแผนประชาสัมพันธ์ ตั้งศูนย์ข้อมูลการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ หรือตั้ง War Room ในช่วงเกิดสถานการณ์ เพื่อบูรณาการและสื่อสารข้อมูล และแต่งตั้งโฆษกเหตุการณ์ช่วงวิกฤตฝุ่นละออง

2. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภายใต้คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อเป็นกลไกหลักในการกำกับดูแลและรับมือสถานการณ์

3. การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า

  • การเก็บขนและใช้ประโยชน์เศษวัสดุในป่า โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระหว่างวันที่ 1–30 พฤศจิกายน 2563
  • การบริหารจัดการเชื้อเพลิงใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ หรือวันที่จังหวัดกำหนด

4. สร้างเครือข่าย อาสาสมัคร และจิตอาสา เป็นกลไกหลักเข้าถึงพื้นที่ ทั้งสื่อสาร ติดตาม เฝ้าระวัง และดับไฟ

5. เร่งขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ภายใต้ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน โดยกำหนดเป้าหมาย 12 จังหวัดภายในปี 2563 และ ครบ 76 จังหวัด ภายในปี 2570

6. เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายโอนภารกิจการควบคุมไฟป่าให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

7. การพยากรณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 3 วัน เพื่อแจ้งเตือนประชาชน โดยเริ่มใช้วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563

8. ประยุกต์ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการรายงานปริมาณฝุ่นละอองเชิงพื้นที่โดยเริ่มใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2563

9. พัฒนาระบบคาดการณ์ และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ รวมถึงการพัฒนาและใช้งานแอปพลิเคชันบัญชาการการดับไฟป่า โดยเริ่มใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2563

10. บริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยใช้แอปพลิเคชันลงทะเบียนจัดการเชื้อเพลิง

11. ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลป่าไม้ และลดการเผาป่า ผ่านการจัดที่ดินทำกิน

12. เจรจาสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งระดับอาเซียน ระดับทวิภาคี และระดับพื้นที่ชายแดน

พร้อมกันนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ หรือ ศกพ. ที่จัดตั้งโดยคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อเป็นศูนย์ในการบูรณาการประสานงานรวบรวมข้อมูลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน ในรูปแบบ One Voice One Team ได้แถลงความคืบหน้าการเตรียมการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง และได้มีการกำหนดให้มีการแถลงข่าวและให้ข่าวทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี รวมถึงให้มีการรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองรายวัน ข้อมูลองค์ความรู้ ซึ่งประชาชนสามารถติดตามได้จาก เฟซบุ๊กแฟนเพจ “ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.)” 

#FridaysForFuture

References…

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.