Socratic Questions…

question mark

Socrates หรือ โสเครตีสผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งปราชญ์ตะวันตก ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีบันทึก ตำราหรืองานเขียนของตนเองเลยแม้แต่ชิ้นเดียว พร้อมๆ กันนั้น Socrates ยังได้ชื่อว่าเป็นปราชญ์ผู้ไม่รู้อะไรเลย จากพฤติกรรมการสอนและการถ่ายทอดความรู้ รวมทั้งการเสาะแสวงหาความรู้และข้อเท็จจริงผ่านเทคนิคการถามคำถามมากมาย

แม้ท้ายที่สุด… วิธีสื่อสารการสอนด้วยคำถาม จะถูกแปลเป็นความท้าทายต่ออำนาจการปกครองในกรีกจนถูกตัดสินให้ตายด้วยยาพิษ… Socrates ยังยินดีเข้าคุกรอวันประหาร และยังคงซักถามสืบค้นกับบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและผู้นับถือกันในคุก จนถึงนาทีที่รับโทษกลืนยาพิษลงคอตามคำพิพากษา

หลักการสอนของ Socrates เกิดขึ้นตั้งแต่สองพันสี่ร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยวิธีสอนแบบ Socrates เป็นการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนใช้เหตุผลในการสืบค้นร่วมกันโดยการสนทนา และใช้คําถามแบบต่อเนื่องเป็นเครื่องมือสําคัญเพื่อเข้าถึงความจริง 

วิธีสอนแบบ Socrates เชื่อว่า การศึกษาเป็นกิจกรรมทางจิต ไม่ใช่วิธีนำความรู้หรือหลักสูตรมามอบให้แก่ผู้เรียน ผู้สอนคือบุคคลที่รู้ความไม่รู้ของตนเอง และใช้ความไม่รู้เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจที่ดีกว่า ผู้สอนเป็นผู้ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความคิดเป็นของตนเอง 

ทักษะสําคัญของผู้สอนจึงได้แก่ ทักษะการมอบความรับผิดชอบให้แก่ผู้เรียน ไม่ใช่การมอบคําตอบให้ผู้เรียน หรือแม้แต่มอบตัวเลือกคำตอบให้ผู้เรียน

วิธีสอนแบบ Socrates มีจุดมุ่งหมายเพื่อค้นหาความเข้าใจและความรู้ส่วนบุคคล มุ่งให้ผู้เรียนได้พบความจริงของสิ่งที่กําลังอภิปราย… วิธีสอนแบบ Socrates ช่วยให้เรานิยามและเข้าใจมโนทัศน์หรือภาพรวมที่ศึกษาและใช้ในชีวิตประจําวันอยู่แล้วชัดเจนขึ้น… วิธีสอนแบบ Socrates สามารถใช้เป็นกลยุทธ์การสอนได้ในทุกรายวิชาในทุกระดับการศึกษา

วิธีสอนแบบ Socrates จะจัดการเรียนการสอน โดยให้ผู้เรียนใช้เหตุผลในการสืบเสาะ หรือ Enquery ร่วมกันด้วยการสนทนาแบบที่เรียกว่า Dialogical Enquiry และมีการใช้คําถามแบบต่อเนื่องเป็นเครื่องมือสําคัญ เพื่อเข้าถึงความจริง…

การตีความวิธีจัดการเรียนการสอนแบบ Socrates ถูกตีความและประยุกต์ใช้ในแวดวงการศึกษาอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะการฝึกวิชาชีพทนายความ ซึ่งนักการศึกษาทั่วโลกล้วนเห็นประโยชน์ และแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบ Socrates ก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนที่จะเข้าใจ แต่การนำไปใช้ในระหว่างการเรียนการสอนจริงๆ เกิดขึ้นน้อยมากเพราะวิธีสอนแบบ Socrates ไม่สามารถ “ควบคุม” ข้อเท็จจริงที่เกิดระหว่างสนทนาถามตอบได้หมด ซึ่งการสอนแบบเอาข้อเท็จจริงเท่าที่มีมาสอนหรือบอกต่อ จะควบคุมหรือจำกัดได้ทั้งเวลาและข้อเท็จจริงของข้อมูลหรือความรู้นั้นๆ ง่ายกว่า

ในแวดวงการศึกษาที่กล่าวถึง Socrates Method ส่วนใหญ่ จะยึดแนวทางการตีความและประยุกต์ใช้งานอยู่ 2 แนวทางหลักคือ แบบยุโรปกับแบบอเมริกา ซึ่งมีลักษณะทั้งที่เหมือนกันและต่างกันในหลายๆ ประเด็นเช่น

แบบอเมริกา

  1. ใช้เรื่องราวเชิงปรัชญา อาจจะเป็นนิทานหรือเรื่องแต่งขึ้น เป็นจุดเริ่มต้น
  2. ไม่จํากัดเรื่องที่อภิปราย โดยให้ผู้เรียนเสนอ
  3. แสดงทัศนะที่ต่างออกไป 
  4. สืบค้นโดยการสนทนา 
  5. เขียนคําถามก่อนการอภิปราย 
  6. ทบทวนการอภิปรายโดยการพูด 
  7. มีกิจกรรมตอนท้ายและแบบฝึกหัด

แบบยุโรป

  1. ใช้คําถามเชิงปรัชญาเป็นจุดเริ่มต้น ไม่มีสื่อหรือเรื่องเล่า
  2. เน้นคําถามเดียวหรือปัญหาเดียว โดยผู้สอนเป็นผู้กำหนด
  3. มุ่งเป้าให้ได้ความคิดเห็นที่สอดคล้องกัน 
  4. ใช้การสนทนาและการทบทวนตอนท้าย 
  5. คําถาม/ข้อความ เขียนขึ้นระหว่างการอภิปราย 
  6. ทบทวนโดยการเขียน
  7. การสนทนาต่อไป

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร วิธีการสอนแบบ Socrates มีความยืดยุ่นในสองแนวทางที่วนใช้ร่วมกันในระหว่างแลกเปลี่ยนเรียนรู้คือ Socratic Enquiry และ Socratic Questioning เสมอ

Socrates Enquiry หรือการสืบค้นแบบโสเครตีส เป็นเทคนิคการสอนแบบใช้คำถาม “สืบเสาะค้นคว้า” หาคำตอบแทนการเล่า อธิบายหรือบรรยายคำตอบโดยตรง… หมายความว่า แม้องค์ความรู้ที่มีอยู่เดิมหากใช้สอนผู้เรียนคนใหม่หรือกลุ่มใหม่ ก็ยังคงใช้กลไกคำถามเพื่อการเรียนการสอน แทนการบรรยายบอกเล่า ซึ่งแนวทาง เทคนิคและวิธีการตั้งคำถาม ก็จะใช้ Socratic Questioning ออกแบบคำถาม สกัดเอาคำตอบเพื่อให้ผู้เรียนและกลุ่มสนทนาเข้าใจแจ่มแจ้งหรือถึงบางอ้อ “ด้วยตัวเอง

ถึงตรงนี้ผมจะขอข้าม Socrates Method โดยเฉพาะกรณี Socratic Enquery กลับไปพูดถึงการสอบแบบ Open Book Exam ที่ใช้แนวทาง Socratic Questioning มาใช้สอบวัดความรู้ ซึ่งทิ้งค้างรายละเอียดไว้จากบทความเรื่อง Assessment Method Designed สำหรับ Open Book Examinationซึ่ง Socratic Questioning เป็นแนวทางสำคัญในการออกแบบการสอบที่แนะนำกันอย่างกว้างขวางในช่วงที่ทุกประเทศเจอ Covidisruption ที่ Remote Learning ต้องพัฒนาไปสุดทางคือต้องเรียนและสอบแบบ Remote ได้จริงๆ

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกับ “แนวทางการตั้งคำถาม” แบบ Socrates ดูก่อน

  1. เป็นคำถามปลายเปิด ที่ถามโดยผู้ถูกถามรู้ว่าผู้ถามก็ไม่รู้… ทวนอีกรอบครับ!ถามโดย “ผู้ถูกถาม” รู้ว่า “ผู้ถาม” ก็ไม่รู้คำตอบเช่นกัน
  2. เป็นคำถามที่กระตุ้น “การสืบเสาะค้นคว้า” ซึ่งคนถามเองก็รู้อยู่แล้วว่าหาคำตอบตรงๆ ไม่ได้หรอก
  3. เป็นคำถาม “เร้าคิด” หรือเป็นคำถาม “ชวนคิดอย่างยิ่ง”
  4. เป็นคำถามปลายเปิดที่มีชั้นคำถามปลายเปิดอีกชุดหนึ่งซ้อนรอหาคำตอบแทรกอยู่
  5. เน้นคำตอบหรือหนทางได้คำตอบ จากมโนทัศน์ หรือ จินตภาพที่ปรากฏ
  6. เน้นสืบเสาะหาคำตอบที่ลึกซึ้งและชัดเจน
  7. เน้นหาคำตอบเพื่อสร้าง “คุณค่า” โดยคำตอบเน้นคุณค่าและความสำคัญของคำถามหรือปัญหานั่นเอง
  8. เน้นคำตอบที่บ่มเพาะอุปนิสัยการตั้งคำถามและอุปนิสัยการหาคำตอบด้วยตนเอง อันเป็นทักษะสำคัญในการทำความเข้าใจคำถาม หรือ อีกชื่อหนึ่งของคำถามคือปัญหา กับหนทางแก้ไข หรือ อีกชื่อหนึ่งของหนทางการแก้ไขปัญหาก็คือคำตอบนั่นเอง

จากแนวทางข้างต้น เราสามารถพิเคราะห์ดู “ลักษณะของคําถามแบบ Socrates Questioning” ได้ดังต่อไปนี้

  1. Clarification Question หรือถามเอาความชัดเจน จะเป็นคำถามเพื่อถามหาคำอธิบาย ความหมาย ตัวอย่าง เช่น ช่วยอธิบายได้มั๊ยว่า………., เด็กดีในทัศนของคุณหมายถึงเด็กแบบไหน?, ประเด็น………. เกี่ยวข้องกับ………. ในมิติใดอย่างไรและเกี่ยวข้องกับประเด็นไหนอย่างไรอีก เป็นต้น
  2. Reason and Evidence หรือถามเหตุหาผลและหลักฐานยืนยัน จะเป็นคำถามสืบค้นหาที่มาที่ไป และประจักษ์พยานหลักฐาน เช่น คำถามทดสอบความเชื่ออย่าง รู้ได้อย่างไรว่า……….?, หรือคำถามเชิงโต้แย้งอย่าง ทำไมจึงคิดว่า……….?, มีเหตุผลอะไรให้……….?, มีหลักฐานมั๊ย?, ยกตัวอย่างได้หรือไม่ เป็นต้น
  3. Alternative Views หรือ ถามหาทางเลือกอื่น จะเป็นคำถามหาทางเลือกทดแทน ผ่านมุมมองต่างและสมมุติฐานด้วยตัวแปรต่าง เช่น มีมุมมองและทัศนคติต่างกว่านี้มั๊ย?, จะเป็นอย่างไรถ้ามีผู้อื่นเสนอว่า………., ทัศนคตินี้ต่างจากทัศนคตินั้นแค่ไหนอย่างไร? เป็นต้น
  4. Implication and Consequence หรือ ถามหานัยยะและผลที่ตามมา เป็นคำถามสืบค้นเสาะแสวงถึงความหมายแฝงและ “ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้” ต่างๆ เช่น อะไรจะเกิดได้บ้างจากตรงนี้?, จะพิสูจน์ว่า………. เป็นจริงหรือเท็จดังกล่าวอย่างไรได้บ้าง, สิ่งนี้สอดคล้องกับสิ่งนั้นอย่างไรและมีผลถึงสิ่งอื่นอีกหรือไม่แค่ไหนอย่างไร?
  5. Question and Discussion หรือคำถามและการถกแถลง ซึ่งเป็นคำถามเปิดกว้าง พร้อมคำแถลงที่เปิดกว้าง ส่วนใหญ่เป็นแนวการสืบค้นเสาะแสวงประเด็นเพิ่มเติมบ้าง หรือหาทางยืนยันถ้อยแถลงอันครบถ้วนสมบูรณ์บ้าง เช่น จากข้อมูลแบบนั้นเราสามารถตอบยืนยันสิ่งนี้ได้แบบไหนอย่างไร?, เราสามารถสรุป………. อย่างไรได้บ้าง?

ขออนุญาตตัดภาพแนวทางการใช้ Socrates Question ให้เห็นคร่าวๆ ประมาณนี้… ซึ่งโดยส่วนตัวผมกล่าวอ้างไม่ได้ว่า รู้เรื่องปรัชญาการศึกษาขั้นสูงจนสามารถแจกแจงได้ทั้งหมด โดยประสบการณ์ผมเพียงค้นคว้าเรียนรู้ เพื่อพัฒนาระบบ eLearning ที่เคยร่วมออกแบบหลายๆ แพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นโอกาสให้ผมได้ทำงานร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษามาบ้างเท่านั้น… หากข้อมูลขาดหกตกหล่นจึงยินดีน้อมรับทุกคำติชมและรับฟังข้อถกแย้งด้วยจิตคารวะจากทุกท่านตลอดเวลาครับ

ประเด็นก็คือ Socrates Philosophy หรือ The Philosophy of Socrates เป็นปรัชญาที่สังเคราะห์โดยนักปรัชญารุ่นหลัง Socrates ทั้งสิ้น… และ Socrates Philosophy ว่าด้วย Socrates Pedagogy หรือ The Socratic Method ก็ไม่ได้ครอบคลุม “พัฒนาการและการเรียนรู้ของมนุษย์อย่างสอดคล้องทุกเพศวัยอย่างสมบูรณ์” เหมือนกับที่ไม่เคยมีองค์ความรู้ใดๆ สมบูรณ์แบบทั้งหมดนั่นแหละ

เอาเป็นว่า… ประเด็นการสอบวัดความรู้แบบ Open Book Exam ในทัศนของผมถือว่า เป็น “หัวใจหลักของการปลดปล่อยเสรีภาพให้ทั้งผู้เรียน ผู้สอนและระบบการศึกษา” ซึ่ง Socratic Questions ถือเป็นเครื่องมือสำคัญชิ้นหนึ่งในการสร้างข้อสอบ Open Book Exam ได้อย่างดี ไม่ต่างจากแนวทาง  Bloom’s Taxonomy Level… ตอนหน้ามาต่อกันเลย!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Recent Posts

Related Post

Road to Mindset

5 Roads of Vision Activity…

การทำแบบทดสอบ 5 Roads Activity ไม่เกี่ยวข้องกับงานวิชาการหลักในหลักสูตร… ซึ่งผมมองว่า เป็นเพียงการประยุกต์เอาวิชาแนะแนวมาใส่กลไกด้านจิตวิทยา เพื่อให้การสอนเริ่มต้นที่เข้าใจผู้เรียนจริงๆ และผู้เรียนตระหนักจริงๆ ว่าอะไรสำคัญกับตน จนต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพราะรับรู้ความสำคัญนั้นแล้ว

Hand in Hand

Human Perspective… โปรดระวังมุมมอง

มุมมอง หรือ Perspective ของคนแต่ละคนเมื่อเชื่อมโยงเข้ากับความต้องการ หรือ ความอยาก หรือ Needs ส่วนตัวของคนๆ นั้นเข้าไป “ความเห็นที่แยกแยะโดยความอยากส่วนตัว” จึงกลายเป็น “ความเข้าใจส่วนตัว” ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับ “ข้อเท็จจริง” หรือหนักหนาถึงขั้นไม่ใส่ใจข้อเท็จจริงเลยสักนิดเดียวก็มี

smoke stacks against blue sky

ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ #FridaysForFuture

เรื่องขอยกเว้นการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ โดยอำนาจอยู่ที่สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม… ถือเป็นเทคนิคการบัญญัติกฏหมายที่นักเคลื่อนไหว เชื่อไปหมดแล้วว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดูเหมือนจะไม่เข้าข้างสิ่งแวดล้อมอย่างที่หวังเสียแล้ว… เพราะอำนาจในการเรียกเก็บข้อมูลมาเก็บอย่างเดียว… แม้แต่เปิดเผยต่อก็ไม่ได้ ถ้าเอกชนเจ้าของข้อมูลร้องขอให้ปกปิด… ก็คงหวังจะเอาข้อมูลที่ว่าไปผลักกดันอย่างอื่นต่อก็คงยากแล้ว