Splinternet… เมื่ออินเตอร์เน็ตไม่ได้มีเครือข่ายเดียว

Splinternet

Splinternet คือ แนวคิดที่ระบบอินเทอร์เน็ตถูกจำกัดขอบเขตตามภูมิภาคหรือประเทศด้วยกฎระเบียบ และถูกควบคุมจากส่วนกลางของแต่ละแห่ง ทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอาจพบความแตกต่างกันในด้าน Contents และ Platform ในแต่ละภูมิภาค 

คำว่า Splinternet เกิดจากการรวมคำระหว่าง Splinter กับ Internet

Splinternet แตกต่างจากแนวคิดทั่วไปของอินเทอร์เน็ตในยุคโลกาภิวัตน์ ที่หมายถึงโลกไร้พรมแดนที่เชื่อมต่อกับคนทั้งโลกไว้ด้วยกัน โดยไม่มีการควบคุมจากส่วนกลาง ซึ่งอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 3.7 พันล้านคนทั่วโลก หรือครึ่งหนึ่งของประชากรโลกเข้าถึงและใช้งานอินเตอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน

กระแส Splinternet กำลังก่อตัวขึ้นในประเทศมหาอำนาจ อย่างจีน รัสเซียและสหภาพยุโรป ซึ่งพยายามแยกตัวจากวงจรอินเทอร์เน็ตของสหรัฐอเมริกา และกระแสดังกล่าว จะเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบโลกออนไลน์ใหม่ ทั้งในด้านการส่งข้อมูลระหว่างประเทศและเสรีภาพด้านข้อมูลข่าวสาร จนท้ายที่สุดจะกลายเป็นความปกติใหม่ หรือ New Normal อย่างแน่นอน

กระแส Splinternet นำโดยจีนและเริ่มกระจายไปยังหลายประเทศ ทำให้เครือข่าย อินเทอร์เน็ตจะถูกแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มหลายวงจร โดยปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้อินเทอร์เน็ตถูกแบ่งขั้วมี 3 ประการคือ

1. ต้องการควบคุมเนื้อหาในอินเทอร์เน็ตเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติและผลประโยชน์ทางการเมือง ที่ผ่านมาเนื้อหาในอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นจากผู้ใช้งานและผู้ให้บริการทั่วโลก ขณะที่รัฐบาลแทบไม่มีอำนาจในการ จัดการเนื้อหาดังกล่าวในโลกออนไลน์ ซึ่งข้อมูลบางอย่างอาจเป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหวต่อประเทศนั้นๆ รัฐบาล หลายประเทศทั่วโลกจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการควบคุมเนื้อหาในอินเทอร์เน็ตภายในประเทศตน ด้วยการออก กฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้รัฐบาลสามารถกรองเนื้อหาในโลกออนไลน์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงหรือเพื่อผลประโยชน์ ทางการเมืองได้

2. ต้องการลดการพึ่งพาการเชื่อมต่ออินเทอรเ์น็ตกับแพลตฟอร์มจากสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะประเด็นการสอดแนมข้อมูลต่างชาติจากสหรัฐอเมริกา

3. รัฐบาลแต่ละประเทศให้ความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลต่างกัน เมื่อข้อมูลในยุคปัจจุบัน ถือเป็นขุมทรัพย์ใหม่ ที่รัฐบาลแต่ละประเทศต่างต้องการความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองในประเทศ

Splinternet ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานดิจิตอล หรือ Digital Supply Chain มีทั้งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้วและอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังต่อไปนี้

1. อุปสรรคในการรับส่งข้อมูลข่าวสารและเนื้อหาข้ามประเทศ จะถูกคัดกรองจากหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศนั้นๆ เสียก่อน หากเนื้อหาหรือข้อมูลข่าสวสารดังกล่าว เป็นเนื้อหาที่ไม่ได้รับอนุญาต… เนื้อที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ หรือเนื้อหาที่มีความอ่อนไหวต่อประเด็นทางๆ ในประเทศ… ก็จะถูกปิดกั้นและดำเนินการโดยปริยาย

2. เกิดการแผ่ขยายอิทธิพลของชาติมหาอำนาจผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และแพล็ตฟอร์มการเลือกขั้วอำนาจด้วยเครือข่าย… ตัวอย่างเช่น การติดต่อค้าขายกับนักธุรกิจจีนจะต้องใช้แพล็ตฟอร์ม WeChat เป็นกรณีตัวอย่างที่ชัดเจน… หรือกรณี VK หรือบริการ VKontakte โซเชี่ยลมีเดียของรัสเซียก็เป็นโซเชี่ยลมีเดียแพล็ตฟอร์มภายในรัสเซียที่ทรงอิทธิพลทั้งในรัสเซียเองและธุรกิจต่างชาติที่จะเข้าตลาดรัสเซียเช่นกัน

ในห้วงเวลานับจากนี้… ธุรกิจผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในอินเทอร์เน็ต จะต้องเจออุปสรรคกับ Splinternet อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งข้อดีและข้อเสียต่อการดำเนินการของธุรกิจเช่น

1. ลดประสิทธิภาพในการดำเนินงานของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มทั่วโลก เนื่องจากแต่ละประเทศจะใช้กฎระเบียบควบคุมอินเทอร์เน็ตของตัวเอง ซึ่งแต่ละแห่ง มีความเข้มงวดหรือให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มไม่สามารถนำบริการแบบเดียวกัน มาให้บริการกับผู้ใช้ทั่วโลกได้เหมือนในอดีต… ทำให้โมเดลการขยายธุรกิจด้วยแนวคิด Economies of Scale ที่เคยเป็นจุดเด่นของ Startup ทั่วโลก เป็นไปได้ยากขึ้น

2. เพิ่มต้นทุนการดำเนินงานของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เนื่องจากต้องทำตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศ เช่น ต้นทุนในการกรองเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม… ซึ่งมีตั้งแต่การจ้างคนหรือพัฒนา AI ขึ้นตรวจสอบข้อมูลข่าวสารและเนื้อหาบนแพลตฟอร์มก่อนจะทำผิดกฏหมายที่อาจนำไปสู่บทลงโทษที่กระทบผลประกอบการ… หรือเลวร้ายถึงขึ้นขั้นมีความผิดทางอาญาเลยก็ได้

3. เพิ่มช่องว่างความแตกต่างในการพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยประเทศที่ผ่อนคลายกฎระเบียบการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล จะสามารถเร่งพัฒนาระบบ AI ได้รวดเร็วกว่าประเทศที่เน้นการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากถ้าผู้ให้บริการมีข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ AI สามารถคาดเดาพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้แม่นยำยิ่งขึ้นเท่านั้น

ประเทศไทยมีกฎระเบียบควบคุมและปกป้องสิทธิในข้อมูลของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านพระราชบัญญัติ 2 ฉบับ คือ

1. พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562… บังคับใช้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562

2. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562… จะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 

ประเด็นก็คือ… Splinternet เกิดขึ้นแน่นอน… ซึ่งความวุ่นวายซับซ้อนนี้ จะมีทั้งปัญหาและโอกาสที่รอใครซักคนหยิบจับขึ้นมาทำประโยชน์ได้แน่นอนเช่นกัน!

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

Deep Data Driven

SMEs กับการใช้ข้อมูลในยุค Deep Data Driven #SaturdaysSMEs

วิธีการประยุกต์ใช้ Data ให้เหมาะกับสไตล์ SME ต้องเริ่มจากมุมมองที่ต่างจากรายใหญ่ ผู้ประกอบการ SME ต้องไม่แข่งที่ความเยอะ หรือ Big แต่ต้องแข่งที่ความแม่น หรือ Smart ของข้อมูลที่มี โดยแนะนำให้ตั้งคำถามภายใต้แนวคิด PNG Concept ซึ่งประกอบด้วย Pain… Need และ Gain

melting arctic ice

เมื่อน้ำแข็งขั้วโลกละลาย… หลายเมืองอาจจมบาดาล #FridaysForFuture

ข่าวน้ำทะเลหนุนสูงเข้าท่วมนครเวนิสที่มีรายงานว่า กินพื้นที่มากถึง 75% ของเมืองเก่าแก่ในอิตาลีแห่งนี้… มีรายงานว่าเฉพาะวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมาวันเดียว ระดับน้ำในเมืองเวนิสบางพื้นที่สูงกว่า 1.6 เมตร แต่นั่นยังไม่เท่าระดับน้ำในวันที่ 12 พฤศจิกายนก่อนหน้านั้นห้าวัน ที่ระดับน้ำขึ้นไปสูงสุดในรอบ 53 ปี ที่ 1.87 เมตร… เรียกว่ามิดน้ำกันทั้งเมืองทีเดียว

Student Learning

Effective Technology-Based Adult Learning… ที่สุดของรูปแบบการจัดการศึกษาในผู้ใหญ่

การมาถึงของยุคคอมพิวเตอร์และยุคข้อมูลข่าวสาร… จึงเป็นเรื่องดีสุดๆ ของ Adult Learner หรือ Andragogy ที่ผู้สอนสามารถ “แปลงความรู้เป็นสาร ส่งผ่านโครงข่ายและเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร ที่มีเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลาง” ได้อย่างราบรื่น… Computer Based Instruction หรือ CBI หรือ การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นฐาน จึงกลายเป็นแนวทางการเรียนการสอนที่โดดเด่น สำคัญและจำเป็นยิ่งยวดมากขึ้นทุกวัน ท่ามกลางพัฒนาการทางการศึกษาโดยรวมที่เรียกว่า eLearning… ซึ่งกำลังจะเปลี่ยนระบบการศึกษาของมนุษยชาติไปตลอดกาลถึงขั้น… เมื่อพูดถึง Learning จะหมายถึง eLearning ทีเดียว

Critical Inner Voice

Critical Inner Voice… เสียงจากข้างในอันเป็นภัยกับตนเอง

เสียงวิจารณ์จากภายใน หรือ Critical Inner Voice หรือเสียงสะท้อนตัวเอง… มักจะเป็นเสียงความคิดด้านลบ จากทัศนคติ ข้อมูล ความเชื่อจนกลายเป็นข้อสรุปที่บั่นทอนทุกเรื่อง… ทั้งตัวตน… ความสามารถและการยอมรับจากคนอื่น ซึ่งเสียงเหล่านี้จะสงสัยและพาเราไปสู่ การปฏิเสธคุณค่าในตัวเอง การวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง หรือ Self-criticism… และมีภาวะเสพติดเสียงสะท้อนจากภายในบางด้าน จนนำไปสู่พฤติกรรมแปลกๆ สำหรับทุกคนรอบตัว