cosmetic

สร้างแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเอง

สถิติการซื้อขายสินค้าออนไลน์แบบ Social Commerce หรือซื้อขายสินค้าบนแพลตฟอร์มโซเชียลอย่าง Facebook, IG, หรือ Line… ประเทศไทยติดอันดับหนึ่งที่ซื้อขายสินค้าบน Facebook โดยเฉพาะพฤติกรรมการ Live ขายของกันตรงๆ… ที่ข่าวว่า Facebook อเมริกาสนใจรูปแบบการ Live ไปขายของไปบน Facebook อย่างมาก

ซูมเข้าไปอีกนิดนึง… สินค้าที่ขายดีสุดๆ ใน Social Commerce คือสินค้ากลุ่มแฟชั่นและเครื่องสำอางครับ… แต่ปัญหาใหญ่ๆ ที่คนขายของออนไลน์ไม่ประสบความสำเร็จนัก เป็นเพราะโมเดลคนกลางที่รับสินค้าราคาขายส่ง มาแบ่งขายปลีกออนไลน์… ทำให้โอกาสการปิดการขายน้อยลงมาก เมื่อลูกค้าเลือกเปรียบเทียบราคาและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจซื้อกันละเอียดยิบ… สินค้าหลายแบรนด์เจอการเปรียบเทียบราคาและเงื่อนไข จนหลายครั้งสินค้าบางตัวขายดีแต่กำไรน้อยมาก เผลอๆ ก็เจอบริษัทแม่ลุยขายปลีกออนไลน์แข่งด้วยอีกต่างหาก

นักธุรกิจออนไลน์ โดยเฉพาะผู้ค้าบนโซเชียลแพลตฟอร์มที่มีประสบการณ์แล้ว… จึงลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองออกมาทำตลาดซะเลย… สินค้าอย่างหนึ่งที่นิยมทำแบรนด์ออกขายกันมากคือ… เครื่องสำอางเพราะใช้ทุนเริ่มต้นหลักพันบาทก็สามารถทำแบรนด์โลชั่นหอมๆ ลื่นๆ ขายเองได้แล้ว

วันนี้ก็เลยจะเอาขั้นตอนการทำแบรนด์เครื่องสำอางมาแบ่งปันพอให้เห็นภาพว่า… ท่านสามารถเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าความงามได้อย่างไร

จะขายอะไรดี… 

โดยส่วนใหญ่คำถามนี้ต้องตอบได้กันแล้วหล่ะว่าอยากขายอะไร… เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามก็มีไม่กี่อย่างที่มองเห็นได้… ดังนั้นที่สำคัญจึงควรถอยกลับมามองว่า… จะขายใคร? เสียก่อน… พอรู้ว่าจะขายใคร และอยากเอาอะไรไปขายเขา… ก็ทำความรู้จักกับลูกค้าเป้าหมายให้รู้จักอย่างดีที่สุดให้ได้… โดยเฉพาะเหตุผลหรือ Why ที่ลูกค้าเป้าหมายจะซื้อ…

ส่วนท่านที่ขายสินค้าอยู่เดิมและมีฐานลูกค้าเดิม ตรงนี้จะง่ายหน่อย เพราะสามารถสั่งผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน คุณภาพเท่ากันหรือดีกว่า มาแนะนำลูกค้าเก่าได้ทันที

ศึกษาคู่แข่ง…

เรียนรู้ความสำเร็จ ความล้มเหลวของสินค้ากลุ่มเดียวกัน… หลายครั้งผมจะศึกษาความสำเร็จ ความล้มเหลวเลยไปถึงสินค้าชนิดอื่นที่ทำตลาดกับลูกค้ากลุ่มเดียวกับเราด้วย… เพราะแท้จริงแล้ว การศึกษาคู่แข่ง หมายถึงการทำความเข้าใจลูกค้าที่สนใจหรือใช้สินค้าของคู่แข่ง… ข้อมูลส่วนนี้หลายครั้งท่านจะเจอเทคนิคและกลยุทธ์มากมายที่เป็นเหมือนลายแทงความสำเร็จ ที่เราสามารถลอกแบบอย่างมาใช้ได้… ในขณะที่หลายกรณี ก็จะเป็นเหมือนป้ายเตือนหลุมพรางหรือทางโค้งอันตราย ให้เราเดินอย่างละมัดระวัง

ติดต่อผู้ผลิตเครื่องสำอาง…

รายละเอียดของตัวสินค้า… แนะนำให้ท่านติดต่อพูดคุยกับห้องแล็ปหรือโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางได้เลย… ซึ่งมีโฆษณาอยู่มากมายในอินเตอร์เน็ต ในชั้นนี้หากท่านไม่มีความรู้มากนักเรื่องเคมีเครื่องสำอางค์ หรือ Cosmetic Ingredient ต่างๆ… ท่านสามารถติดต่อพูดคุยหลายๆ แหล่ง ขอข้อมูลเรื่องส่วนผสมต่างๆ พร้อมสินค้าตัวอย่างมาทดสอบและเรียนรู้… จะบอกว่า ข้อมูล Cosmetic Ingredient ในอินเตอร์เน็ตมีเยอะมากครับ…

ส่วนเรื่องบรรจุภัณฑ์ และเอกสารสำคัญอย่าง อย และฉลากสินค้า โรงงานที่รับจ้างผลิตส่วนใหญ่ มักจะมีบริการครบวงจรอยู่แล้วครับ

ส่วนการตรวจสอบคุณภาพสินค้า… ผมแนะนำให้ส่งสินค้าไปทดสอบที่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ใกล้บ้านก็ได้ เพื่อให้แน่ใจเรื่องส่วนผสม… หรือหากท่านไม่มีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนการผลิตเกินไป และเข้มงวดกับคุณภาพสินค้า ผมแนะนำให้ท่านจัดหา Cosmetic Ingredient ด้วยตัวเอง และโรงงานรับจ้างผลิตและบรรจุส่วนใหญ่ ยินดีให้ท่านเฝ้าสังเกตุทุกขั้นตอนการผลิตได้เสมอ

ส่วนรายละเอียดยิบย่อยอื่นๆ ผมพอจะมีข้อมูลเฉพาะเคสอยู่นิดหน่อย… DM เข้ามาทาง Line @reder ได้ตลอดครับ!

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.