Storytelling For Leaders… เล่าเรื่องอย่างอย่างผู้นำ #ExtremeLeadership

storytelling

การเป็นผู้นำในยุคที่ “การสั่งเอา บังคับเอา” ไม่เหลือที่ว่างให้ผลงานดีๆ งอกงามออกมาจากทีม หรือ องค์กรที่ผู้นำยังขาดทักษะการสื่อสารที่ทรงพลัง จนใช้เป็นแต่กำลังหรืออำนาจอย่างเดียวในทุกบริบทกับทุกคนในทีม… ซึ่งสิ่งที่ปรากฏให้เห็นชัดเจนแน่นอนในทีมที่ผู้นำใช้เป็นแต่กำลัง หรือ ใช้เป็นแต่อำนาจก็คือ “ความเครียดในทีม” ที่ใครๆ ก็รู้สึกไม่ได้ถึงอิสระเสรีในการ “สร้างสรรค์” อะไรที่อยู่นอกคำสั่ง…

ผู้นำยุคใหม่ที่สั่งเอาบังคับเอาได้ลำบาก จึงต้องมีเครื่องทุ่นแรงหรือเครื่องมือเพื่อการสื่อสารที่ทรงพลังไว้ใช้ และ ทุกคำแนะนำตรงมาที่ Storytelling Skill หรือ ทักษะการเล่าเรื่อง

ประเด็นก็คือ… Storytelling หรือ การเล่าเรื่องเป็นเทคนิคเดียวที่สามารถเปลี่ยน “ข้อมูล หรือ Data” ที่ต้องการสื่อออกไปให้ถึงเป้าหมายกลายเป็น “ข้อความ หรือ Message” เพื่อให้เข้าถึง “ภาวะทางอารมณ์ หรือ Emotional” ของผู้รับสาร

การใช้เทคนิคเล่าเรื่องเพื่อสื่อสารกับทีมจึงเป็นมากกว่าการสื่อสารด้วยข้อมูลธรรมดา เพราะเรื่องเล่าที่ยอดเยี่ยมจะมี “คำตอบ” เป็นสารแฝงมากับเรื่องเล่าเสมอ… ซึ่งคำตอบที่ว่าก็คือ “เป้าหมาย” ของการสื่อสารที่ผู้นำต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นหลังจากนั้น

ทักษะในการใช้เรื่องเล่าสำหรับผู้นำจึงเป็นเรื่องสำคัญที่แปลว่า… ต้องเตรียมเรื่องเล่าอย่างเหมาะสม เพราะนั่นเป็นการเล่นกับอารมณ์คนรับสาร ที่ถึงแม้จะหวังผลได้มากกว่า แต่ก็อ่อนไหวและควบคุมได้ยากกว่าการใช้ข้อมูลดิบๆ สื่อสารมาก

Sophie Thompson โค้ชสอนเล่าเรื่องและการกล่าวสุนทรพจน์แนะนำว่า… การเล่าเรื่องใน “บทบาทผู้ชักจูงโน้มน้าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยเรื่องเล่า” จำเป็นจะต้องเตรียมเรื่องเล่าบนโครงเรื่องที่ควรจะมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วนคือ…

  1. Inform หรือ เกริ่น… ซึ่งมักจะเป็นการกล่าวถึงที่มาที่ไป หรือ เหตุและผล หรือ ประเด็นที่ผู้นำกำลังจะลงรายละเอียดเป็นเรื่องเล่ากับคนรับสารกลุ่มนั้น
  2. Engage หรือ ส่วนร่วม… โดยเรื่องเล่าที่เตรียมไว้ต้องมีบริบทการมีส่วนร่วมที่ผู้รับสารสามารถรับรู้ได้เองโดยไม่ยากว่า… ผู้นำต้องการให้พวกเขามีบทบาทอย่างไร หรือ มีส่วนร่วมอะไรและอย่างไร
  3. Inspire หรือ แรงบันดาลใจ… อันเป็นแนวทางหลักที่ต้องใช้เพื่อให้ข้อความ หรือ Message ทั้งหมดที่เตรียมมา เข้าถึงภาวะทางอารณ์ของผู้รับสาร “ในระดับสร้างจินตนาการ” 

ส่วนเทคนิคการลำดับเรื่องเล่านั้น… โดยทั่วไปก็จะมีลำดับในการ “เล่า หรือ นำเสนอ” เป็น 3 ส่วนเช่นกันคือ 

  1. The Problem หรือ ปม… จะเป็นการนำเสนอปัญหาที่ต้องการกล่าวถึงให้กลายเป็นคำถาม หรือ ความท้าทายต่อผู้รับสาร ซึ่งภายใต้บริบทผู้นำก็คือการโน้มน้าวสมาชิกทีมให้เข้าใจปมปัญหาในขั้นเกิดคำถาม หรือ เห็นปัญหาเป็นอย่างน้อย ซึ่งถ้ากระตุ้นให้เกิดความท้าทายได้ก็จะยิ่งเป็นการเล่าเรื่องที่ Engage ผู้รับสารได้อย่างทรงพลังทีเดียว
  2. The Journey หรือ หนทาง… จะเป็นเนื้อความเพื่อ “ชี้นำ” เส้นทางที่เกี่ยวข้องกับปมที่เปิดไว้ในตอนต้น เรื่องเล่าในลำดับนี้มีเป้าหมายเพื่อชี้นำการตัดสินใจโดยตรง… ซึ่งข้อความ หรือ Message ในส่วนนี้จะให้ข้อมูลพร้อมข้อเท็จจริงที่สัมพันธ์กับบริบทของข้อมูลให้มาก
  3. The Solution หรือ ทางเลือกในการแก้ปม… ซึ่งจะเป็น “ข้อความแฝงเป้าหมาย” โดยมีเหตุผลที่มีน้ำหนักทั้งต่อหลักเหตุผล และ หลักธรรมเนียมความเชื่อ โดยหวังผลเป็น “การยอมรับและการตัดสินใจ” อย่างสอดคล้องต่อเป้าหมาย

สิ่งที่ต้องระมัดระวังก็คือ… การเปลี่ยนข้อมูลเป็นเรื่องเล่าต้องสอดคล้องกับบริบท ซึ่งแตกต่างจากคำแนะนำเรื่องการเล่าเรื่องแบบนักเขียน หรือ นักเล่านิทานมาก… ผมรู้จักหลายคนที่ไปเรียน ไปฝึก หรือ แม้แต่ไปใช้บริการที่ปรึกษาการเล่าเรื่อง ช่วยเตรียมเรื่องเล่าและฝึกทักษะการเล่าเรื่องอย่างจริงจัง แต่หลังจากนั้นก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็น “นักเล่า” ที่ทำได้ไม่ดีเหมือนตอนมีโค้ช และ มีเพื่อนในกลุ่มที่อบรมด้วยกันอยู่พร้อมหน้า… 

โดยส่วนตัวมองว่า… การที่ใครยังไม่สามารถ “หาเรื่องเล่า กับ วิธีเล่า” ให้ได้ดีโดยวัดจาก “การยอมรับและการตัดสินใจ” ของคนฟังหรือคนรับสารได้อย่างที่ต้องการก็เพราะว่า… ข้อมูลที่จะใช้สร้างเรื่องเล่ามีอยู่กับตัวน้อยเกินไป และ ที่ไปเรียน ไปฝึก หรือ ไปอบรมมานั้น… ส่วนใหญ่จะเป็น “วิธีการเล่าเรื่อง” ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง ที่จำเป็นต้องมีทั้ง “เรื่องเล่า และ วิธีเล่า” 

ท่านที่สนใจศาสตร์การเล่าเรื่องแบบ Reder ทักไลน์จาก QR Code ID ท้ายบทความได้ครับ

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

5 เทคนิคการทำ PowerPoint ให้ใครๆ ก็ WOW!

หากพูดในฐานะคนเคยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในการตรวจและวิพากษ์สื่อ eLearning มาก่อน… เรียนตามตรงว่าไม่อยากเห็นสไลด์ที่เปิดมาก็เจอ… มักง่าย… ทักษะน้อย… และลบหลู่ผู้ชม จนเกินงาม… เพราะท้ายที่สุดแล้ว งานจากท่านจะหมายถึงตัวตนท่านนั่นเอง

Too Much Homework

Information Overwhelm and VESPA Mindset… เมื่อข้อมูลหลากล้น

การเปิดรับ Feedback จากผู้เรียนและผู้มีส่วนได้เสียมากมายรอบๆ แกนของระบบการศึกษา ที่จริงถือว่าเป็นแนวคิดหลักและสำคัญที่หลายฝ่ายเชื่อว่า… จำเป็นต่อการพัฒนาระบบการศึกษาในทุกๆ ชุดความคิด หรือ Mindset ด้านการศึกษา และจำเป็นต่อการพัฒนาการศึกษาในแทบจะทุกมิติของทุกๆ ทฤษฎีการศึกษาที่หลายฝ่ายกำลังพยายามขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค Digital Education

Competitors Analysis Report

Competitors Analysis Report… วิธีทำรายงานเรื่องคู่แข่ง #SaturdaysStrategy

การเจาะดูกลยุทธ์ของคู่แข่ง ที่พยายาม “เอาชนะการตัดสินใจเลือกของลูกค้า” ทั้งการตัดสินใจเลือกของลูกค้าใหม่ ลูกค้าเก่า และ ลูกค้าเก่าของคู่แข่งรายอื่นๆ จึงเป็นทางลัดในการกำหนดกลยุทธ์ที่นักบริหารส่วนใหญ่ มีทักษะในการ “ประเมินคู่แข่ง” อยู่ในสัญชาตญาณกันทั้งสิ้น… แต่การเชื่อสัญชาตญาณสำหรับธุรกิจที่แข่งขันสูง ตลาดใหญ่โต และ ลูกค้าอ่อนไหวท่ามกลางการแข่งขัน… นักบริหารส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครเสี่ยงกับสัญชาตญาณส่วนตัวกันหรอก…