Students’ Vision and Attitude… จุดเริ่มต้นของ VESPA Model

Beginer's Mind

การเป็นครูอาจารย์ที่เตรียมการสอนเต็มที่… ซึ่งคำว่าเต็มที่คือทุ่มเทเตรียมทั้งหลักสูตรและแนวทางตามหลักสูตร เตรียมทรัพยากร และใช้เวลามหาศาลกว่าจะได้ชุดสอนที่มั่นใจว่า “ลูกศิษย์” จะต้องได้ทั้งหมดที่ครูเตรียมมามอบให้กลับไป

แต่ข้อเท็จจริงก็คือ… ลูกศิษย์ที่เรียนรู้จนบรรลุวัตถุประสงค์จริงๆ มีน้อยมากในโรงเรียน หรือแม้แต่โปรแกรมฝึกอบรมให้คนวัยทำงานและการศึกษาผู้ใหญ่ และที่แย่กว่านั้นคือ การเรียนการสอนทั้งหลักสูตรตลอดทั้งเทอม ล้มเหลวเปล่าประโยชน์ทั้งครูและนักเรียนอย่างสิ้นเชิงก็มีให้เห็นเสมอ

Dr.Tina Seelig ผู้เขียนหนังสือ inGenius: A Crash Course on Creativity และ Creativity Rules: Get Ideas Out of Your Head and into the World พูดถึงนักศึกษาของเธอที่ลงทะเบียนเข้าโปรแกรมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ที่เธอจัดร่วมกับมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับ Ivy League อย่าง Stanford University หรือ Harvard ว่า… เธอเคยได้ข้อความจากนักศึกษาบางคนว่า เขาไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่หลงมาเรียนกับเธอ… ซึ่งกรณีของ Dr.Tina Seelig ยังถือว่าโชคดีที่นักศึกษา Feedback กลับมาบ้าง

เรื่องเรียนไม่เข้าใจในชั้นเรียนทั่วไปก็คงไม่ต่างกัน… นักเรียนนักศึกษาหรือผู้เรียนส่วนใหญ่ ต่างไม่บรรลุวัตถุประสงค์จากชั้นเรียน แต่ก็ออกจากห้องเรียนไปเพราะหมดเวลา และส่วนใหญ่ไม่กลับมาบอกผู้สอนด้วยซ้ำว่าที่เรียนนั้นไม่รู้เรื่อง… และบ่อยครั้งของการสนทนาระหว่างนักเรียนหรือผู้เรียนด้วยกัน จะตำหนิผู้สอนหรือหลักสูตรว่าเป็นต้นเหตุทำให้พวกเขาเรียนไม่รู้เรื่อง

ในหนังสือ The Student Mindset: A 30-Item Toolkit For Anyone Learning Anything ของ Steve Oakes และ Martin Griffin ก็ดูเหมือนจะเริ่มต้นค้นหาแนวทางเพื่อให้การเรียนการสอนบรรลุวัตถุประสงค์ ทั้งฝั่งผู้สอนก็ต้องบรรลุวัตถุประสงค์ และฝั่งผู้เรียนก็ต้องบรรลุวัตถุประสงค์ไม่ต่างกัน

ในบทที่ 1 Preparation ในหนังสือ The Student Mindset จึงเริ่มต้นที่ The Learner’s Manifesto หรือถ้อยแถลงจากผู้เรียนว่าด้วยวิสัยทัศน์ หรือ Vision ของผู้เรียนเอง… ท่านที่เป็นครูอาจารย์และเคยเตรียมสอนมาก่อนจะทราบว่า ฝั่งผู้สอนทำบทเรียนและหลักสูตรด้วยวิสัยทัศน์ของผู้สอนมาอย่างดีเสมอ แม้ว่าหลายกรณีจะเป็นวิสัยทัศน์จากยอดปิรามิดก็ตาม 

ประเด็นการให้นักเรียนเขียน Manifesto ในทางปฏิบัตินั้น แท้จริงเป็นกลยุทธ์การเตรียมสมองของผู้เรียน ผ่านการ “บันทึกเจตนาลงสมุดบันทึกของผู้เรียน” ก่อนเริ่มกิจกรรมการเรียนการสอน ตัวอย่างเช่น… จะตั้งใจเรียนตลอดชั่วโมง… จะลอกตัวอย่างบนกระดานให้ครบ… จะกลับไปทำแบบฝึกหัดต่อ… จะรวมกลุ่มกับเพื่อนเพื่ออภิปรายกรณีศึกษาตัวอย่างและแบบฝึกหัด เป็นต้น

การผลักดันให้ผู้เรียน เขียนถึงสิ่งที่พวกเขาตระหนักเห็นความสำคัญของสิ่งที่จะเรียน แม้หลายๆ มุมมองและทัศนคติจากผู้เรียน อาจจะไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การทำหลักสูตรและบทเรียน หรือแม้แต่วิสัยทัศน์ของผู้สอนเองก็ตาม… แต่ผู้เรียนได้เริ่มต้นปฏิสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของการเรียนไปเรียบร้อยแล้วเมื่อเขียน Manifesto หรือประกาศเจตนาของตนลงสมุดบันทึก

ในหนังสือ The Student Mindset อธิบายการเขียนวิสัยทัศน์ของผู้เรียนด้วยการประกาศถ้อยแถลงลงสมุดบันทึกนี้ว่า… เป็นการพาผู้เรียนกลับไปที่ Beginer’s Mind หรือ ตั้งสติใหม่… ซึ่ง Beginder’s Mind จะมีลักษณะดังต่อไปนี้คือ

  1. Discard Fear Of Failure หรือโยนทิ้งความกลัวการล้มเหลว
  2. Be Comfortable With “I Don’t Know” หรือ สบายๆ กับเรื่องที่ฉันไม่รู้
  3. Seek Out Divergent Thinking หรือ แสวงหาความคิดที่แตกต่าง
  4. Be Curious And Enquiring หรือ อยากรู้อยากเห็นและตั้งคำถาม
  5. Ready To Receive Whatever Happens หรือ พร้อมรับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม… สาระสำคัญจริงๆ ของการสนับสนุนผู้เรียนให้เขียน Manifesto จะมุ่งไปที่ “แรงบันดาลใจที่เพียงพอต่อการการเตรียมตัวเรียนรู้ของผู้เรียน” ซึ่งครูอาจารย์ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่า ขอแค่ผู้เรียนตั้งใจเรียนและเข้าใจวัตถุประสงค์ที่จะเรียน… การเรียนการสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์จะเป็นไปได้อย่างดีแน่นอน… ยิ่งถ้าผู้เรียนตั้งใจ “เรียนด้วยแรงบันดาลใจ” ด้วยแล้ว การเรียนการสอนระดับบรรลุวัตถุประสงค์อาจจะน้อยเกินไปที่จะนิยามผลการเรียนด้วยการขับเคลื่อนขั้นนี้

แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นไม่ง่ายในทางปฏิบัติ ที่จะให้ผู้เรียนเขียนนั่นเขียนนี้ก่อนเรียน… เอาแค่ปัญหาเรื่องเวลาและบริบท ก็คงได้ถกกันเป็นวันๆ สำหรับมุมมองฝั่งผู้สอน ส่วนมุมมองฝั่งผู้เรียนที่พฤติกรรมและบริบทผู้เรียนเอง ยังถือเป็นความไม่สมบูรณ์แบบ หรือข้อบกพร่อง หรือ Glitches ที่มีอยู่โดยธรรมชาติของนักเรียนหรือผู้เรียนส่วนใหญ่… การทำ Manifesto จึงควรมีกิจกรรม “ละลายพฤติกรรม” เพื่อให้ผู้เรียน “ปิดโอกาสที่จะบกพร่องโดยธรรมชาติ” ก่อนนั่นเอง… ในหนังสือ The Student Mindset จึงเสนอกิจกรรมปรับทัศนคติ หรือ Attitude Activity ไว้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวิสัยทัศน์ให้ผู้เรียน

ถึงตรงนี้ผมจะไม่ก้าวล่วงเนื้อหาในหนังสือ ส่วนที่เป็น “เครื่องมือ” ซึ่งการแปลเครื่องมือหรือการใช้เครื่องมือ Attitude Activity ในหนังสือ The Student Mindset ถือเป็นขั้นการนำใช้งาน ซึ่งเป็นงานลิขสิทธิ์ที่ต้องเคารพ และเกินจำเป็นที่จะเรียนรู้ผ่านบทความที่สรุปมาแบบที่ท่านอ่านอยู่นี้… ถ้าท่านสนใจจริง และยังไม่พร้อมจะเรียนรู้การใช้เครื่องมืออย่างเป็นทางการ ซึ่งผู้เขียนหนังสือมีหลักสูตรให้เรียนรู้เต็มระบบอยู่… ก็สามารถทักทายพูดคุยกันหลังไมล์กับผมที่ Line: @reder ได้เสมอครับ

อ้างอิง

https://www.vespamindset.com

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Recent Posts