Sulfate Aerosol… ละอองลอยลดโลกร้อน # FridaysForFuture

Sulfate Aerosol

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐอเมริกา ได้ทดลองฉีดพ่นสารเคมีในชั้นบรรยากาศโลกระดับ Stratosphere ในปี 2019 เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้สารบางชนิดสะท้อนแสงอาทิตย์ให้กลับคืนสู่อวกาศ ซึ่งคาดว่าจะทำให้โลกเย็นลงและบรรเทาความรุนแรงของภาวะโลกร้อนได้เหมือนมีเมฆมาบังแดดให้นั่นเอง

มีการเปิดเผยถึงโครงการวิจัยดังกล่าวในวารสาร Environmental Research Letters ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์ของฮาร์วาร์ดเสนอให้ฉีดพ่นสารจำพวก Sulfate Aerosol หรือละอองซัลเฟต ปริมาณหลายล้านตันในบรรยากาศชั้น Stratosphere เพื่อให้ลดความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ลงได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับความจำเป็นของมนุษย์ที่ต้องเร่งแก้ไขภาวะโลกร้อนในขั้นวิกฤตให้ได้อย่างเร่งด่วน

การทดลองนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ SCoPEx ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมุ่งหาหนทางยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตามหลักการ “วิศวกรรมโลก” หรือ Geoengineering โดยมนุษย์ใช้เทคโนโลยีเข้าแทรกแซงและควบคุมระบบภูมิอากาศของโลกในวงกว้าง เพื่อหยุดยั้งภัยพิบัติที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกในทุกปี

ทีมผู้วิจัยอ้างว่า การใช้ฝูงบินของเครื่องบินที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ออกปฏิบัติการฉีดพ่นสารเคมีสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นระยะนับหลายพันครั้งต่อปีนั้น มีความเป็นไปได้สูงในทางปฏิบัติ และมีต้นทุนต่ำพอที่ชาติต่าง ๆ จะร่วมกันแบกรับภาระทางการเงินนี้ได้ โดยประมาณการว่ามีค่าใช้จ่ายตกปีละ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ทั่วโลกใช้พัฒนาพลังงานสีเขียวอยู่แล้วถึงปีละ 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญยังไม่อาจแน่ใจได้ว่า วิธีลดโลกร้อนแบบแหวกแนวนี้จะมีความปลอดภัย และไม่ส่งผลกระทบทางลบที่ร้ายแรงในระยะยาว เพราะการใช้สารเคมีสะท้อนแสงอาทิตย์นั้น ไม่ต่างอะไรกับการสร้างชั้นบรรยากาศที่เลียนแบบโลกยุคโบราณ ซึ่งท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยเถ้าถ่านภูเขาไฟเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดความแปรปรวนฉับพลันของสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งสิ่งมีชีวิตจำนวนมากทั้งพืชและสัตว์ต้องตายลง

สำหรับการทดลองขั้นต้นนี้ จะใช้บอลลูนนำสารแคลเซียมคาร์บอเนตหรือหินปูนที่อยู่ในรูปของควันละอองลอย ขึ้นไปฉีดพ่นที่ระดับความสูงราว 20 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก โดยจะยังใช้สารดังกล่าวในปริมาณไม่มากนัก จากนั้นบอลลูนจะบินตรวจตราภายในกลุ่มควันละอองลอยดังกล่าวเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของอนุภาคละอองลอยและความเปลี่ยนแปลงในชั้นบรรยากาศที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

นักวิทยาศาสตร์บางส่วนมองว่า แม้ในอนาคตจะพบว่าวิธีการนี้ใช้ได้ผลและไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่ก็เป็นเพียงทางเลือกเสริมในการลดโลกร้อนเท่านั้น เพราะมนุษย์ยังคงต้องจัดการกับต้นเหตุของปัญหาที่ยังไม่ถูกขจัดไป นั่นก็คือการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศที่ไม่มีวี่แววว่าจะลดลง นอกจากนี้ การฉีดพ่นสารเคมีลดโลกร้อนยังไม่ช่วยแก้ไขผลพวงจากการปล่อยคาร์บอน เช่นการที่น้ำทะเลมีสภาพเป็นกรดได้

ในขณะที่… ทีมนักวิจัยจาก National Center for Atmospheric Research, The Pacific Northwest National Laboratory and Cornell University ก็ได้สร้างแบบจำลองการใช้ละอองลอยของซัลเฟต จากบอลลูนหรือเครื่องบินที่ละติจูดประมาณ 15 และ 30 องศาทั้งเหนือและใต้เส้นศูนย์สูตรด้วยคอมพิวเตอร์ร่วมประมวลผลถึง 20 เครื่อง เพื่อศึกษาผลกระทบรอบด้านของละอองลอยซัลเฟตในชั้นบรรยากาศ

ซึ่งการจำลองครั้งนี้ชี้ชัดว่า สามารถสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์ไม่ให้ผ่านบรรยากาศชั้น Statosphere เข้ามาได้จริง แต่ก็เจอผลกระทบเรื่องปริมาณน้ำฝนลดลง รวมทั้งทะเลและมหาสมุทรจะเค็มขึ้นและหนาแน่นมากขึ้นจนกระแสน้ำในมหาสมุทรไหลเวียนได้น้อยลง ทำให้อุณหภูมิผิวน้ำในมหาสมุทรร้อนขึ้นอยู่เช่นเดิม

จนถึงวันนี้ ผลการทดลองของทีมวิจัยและนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็ยังไม่มีรานงานเผยแพร่ออกมาว่า… ผลการทดลองพ่น Sulfate Aerosol เพื่อสร้างม่านบังแดดในบรรยากาศชั้น Stratosphere มีรายละเอียดยังไง… ถ้ามีรายงานตีพิมพ์เผยแพร่แล้วผมจะรวบรวมมาเล่าต่ออีกทีครับ

#FridaysForFuture ครับ!

อ้างอิง

https://www.bbc.com/thai/international-46441689
https://en.m.wikipedia.org/wiki/Stratospheric_aerosol_injection
https://phys.org/news/2018-10-sulfate-aerosols-stratosphere-unintended-consequences.html

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Culture Eats Strategy for Breakfast

Culture Eats Strategy for Breakfast… วัฒนธรรมกลืนกลยุทธ์เป็นมื้อเช้า

วัฒนธรรมกำหนดพฤติกรรม พฤติกรรมกำหนดตัวตน… ผมจำไม่ได้ว่าผมจดวลีสองวรรคนี้มากจากไหน แต่ผมเก็บไว้ใน Shot note บนมือถือเครื่องเก่าที่ไม่ยอมทิ้งซะที จนกระทั่งหลุดจากมือกระแทกพื้นและกอบกู้อะไรไม่ได้… หลังการกู้คืน Account และดึงข้อมูล Backup กลับมา ผมก็เจอวลีสองท่อนนี้ และทำให้นึกถึงวลีอีกท่อนหนึ่งของ Peter Drucker ที่ยิ่งนานวันยิ่งโดดเด่นและชัดเจนจนกลายเป็นสัจธรรมแห่งอนาคตไปแล้ว… วลีนั้นคือ Culture Eats Strategy for Breakfast!

soft skills

Soft Skills… ทักษะศตวรรษที่ 21

องค์กรสมัยใหม่ ต้องการเพื่อนร่วมงานและบุคคลากรที่ต้องเป็นเลิศทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ทุกที่แล้ว… แต่เดิมมา การสมัครงานและจ้างงานมักจะพิจารณา Hard Skills อย่างเกรดจากผลการเรียนหรือประสบการณ์การผ่านงาน แต่ปัจจุบันงานตำแหน่งสำคัญๆ ค่าตอบแทนสูงๆ ล้วนมองหา Soft Skills ประกอบการพิจารณาทั้งสิ้น นอกจากนั้น Soft Skills ยังหมายถึงรากฐานของความสุขและความสำเร็จด้านอื่นๆ นอกจากอาชีพการงานอีกด้วย… มาดูกันว่า Soft Skills ทั้ง 9 ทักษะมีอะไรบ้าง…

Canning

ส่งออกไทยในแนวโน้มหลังวิกฤต COVID19 #SaturdaySMEs

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. ได้ศึกษาวิเคราะห์สินค้าส่งออกของไทยที่มีสัดส่วนการส่งออกใน 9 เดือนแรกปีนี้ สูงกว่าค่าเฉลี่ยสามปีที่ผ่านมา หรือ ระหว่างปี 2560–2562 สะท้อนให้เห็นกลุ่มสินค้าส่งออกที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต สามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาส

storytelling

Storytelling For Leaders… เล่าเรื่องอย่างอย่างผู้นำ #ExtremeLeadership

Storytelling หรือ การเล่าเรื่องเป็นเทคนิคเดียวที่สามารถเปลี่ยน “ข้อมูล หรือ Data” ที่ต้องการสื่อออกไปให้ถึงเป้าหมายกลายเป็น “ข้อความ หรือ Message” เพื่อให้เข้าถึง “ภาวะทางอารมณ์ หรือ Emotional” ของผู้รับสาร