Sustainable Tourism… ท่องเที่ยวยั่งยืน #SustainableFuture

การเฝ้าติดตามกิจกรรมที่อ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปสู่แนวทางการจัดการที่ยั่งยืนนั้น… ข้อมูลการท่องเที่ยวที่องค์การสหประชาชาติ หรือ UN พูดถึงผู้คนกว่า “2,000 ล้านคน” จากทั่วโลกได้ออกเดินทาง และ ท่องเที่ยว… ซึ่งการเดินทางท่องเที่ยวทั้งหลายได้เชื่อมโยงผู้คนจากที่ต่างๆ เข้าหากัน แบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน เรียนและสัมผัสวัฒนธรรมต่างถิ่น กิน ใช้ และ ทำกิจกรรมเชิงบริโภคมากมายในต่างถิ่น… ซึ่งทั้งหมดนำไปสู่การสิ้นเปลืองทรัพยากรนอกถิ่นอาศัยในทุกมิติ และ อ่อนไหวต่อการทำลายสมดุลย์ธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง

คำแนะนำเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจากองค์การสหประชาชาตืจึงเป็นประเด็นใหญ่อีกเรื่องหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบาย SDG… โดยมีคำแนะนำแนวทางการจัดการในประเด็นการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Tourism เอาไว้ 12 วิธี เพื่อเป็นแนวทางว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวควรต้องคิดถึงอะไรได้บ้างเพื่อความยั่งยืน… ได้แก่

1. Ditch Single-Use Plastics หรือ เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

เพราะเรามักใช้พลาสติกครั้งหนึ่งน้อยกว่า 15 นาที แต่พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวนั้นต้องใช้เวลานานกว่า 1,000 ปีในการย่อยสลาย แน่นอนว่าตอนนี้พวกเราหลายคนกำลังเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกที่ยั่งยืนในชีวิตประจำวัน ขณะที่เราเดินทางท่องเที่ยว ก็ควรใช้ทัศนคติแบบเดียวกันนั้นด้วยการเลือกใช้ขวดและถุงที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ในทุกที่ที่เดินทางไป พร้อมกันนั้นเรายังสามารถช่วยสร้างหลักประกันว่าจะมีขยะพลาสติกในมหาสมุทรและแหล่งที่อยู่อาศัยอื่นๆ ลดน้อยลง

2. Be Water Wise หรือ ใช้น้ำอย่างฉลาด

โดยทั่วไปแล้วนักท่องเที่ยวมักใช้น้ำมากกว่าคนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่น ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นของสถานที่ทำให้เกิดการประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งทางเลือกที่เราสามารถช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้คนจะสามารถเข้าถึงน้ำได้อย่างเพียงพอในอนาคต ก็คือ การไม่เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัวทุกวันระหว่างการเข้าพักในโรงแรม ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดน้ำได้หลายล้านลิตรในแต่ละปี 

3. Buy Local หรือ อุดหนุนสินค้าท้องถิ่น

การซื้อสินค้าของท้องถิ่น จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนในท้องถิ่น และ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการขนส่งสินค้า รวมถึงการเลือกบริโภคอาหารขณะท่องเที่ยวก็ควรเลือกรับประทานอาหารจากผลิตผลที่ปลูกในท้องถิ่นซึ่งมีความสดใหม่ด้วย

4. Use An Ethical Operator หรือ เลือกใช้บริษัทนำเที่ยวที่มีจริยธรรม

การดำเนินการกิจการนำเที่ยวซึ่งรวมถึงผู้คน โลจิสติกส์ ผู้ขาย การขนส่ง และ อื่นๆ อีกมากมาย แต่ละส่วนที่เชื่อมโยงกันในห่วงโซ่การท่องเที่ยวดังกล่าวสามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในเชิงบวกหรือเชิงลบ เช่นนั้น หากเราต้องการให้บริษัทนำเที่ยวหรือคนอื่นวางแผนการท่องเที่ยวให้ เราควรเลือกบริษัทที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และ เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น

5. Please Don’t Feed The Animals หรือ อย่าให้อาหารสัตว์

การแบ่งปันอาหารกับสัตว์ป่าหรือสัตว์ที่อาศัยบริเวณแหล่งท่องเที่ยวเพราะการทำเช่นนั้นจะเพิ่มโอกาสในการแพร่กระจายโรคต่างๆ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ และ ปอดบวมจากคนสู่สัตว์ นอกจากนี้ เมื่อสัตว์คุ้นชินกับการได้รับอาหารจากมนุษย์ พฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกมันจะเปลี่ยนแปลงไป และพวกมันก็จะต้องพึ่งพาผู้คนเพื่อความอยู่รอด ในบางกรณีอาจนำไปสู่กาต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ได้

6. And Don’t Eat Them Either! หรือ อย่าบริโภคสัตว์บางชนิด!

ความต้องการในการบริโภคสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์หรือสัตว์ต่างถิ่นนำไปสู่การลักลอบล่าสัตว์ การค้าและการแสวงประโยชน์จากสัตว์ที่เพิ่มขึ้น นอกจากอันตรายที่เกิดกับสัตว์แต่ละตัวบนจานอาหารแล้ว การรับประทานอาหารที่ขาดความรับผิดชอบสามารถนำไปสู่การสูญพันธุ์ของสัตว์สายพันธุ์ต่าง ๆ ที่ถูกคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย และพึงตระหนักด้วยเสมอว่าควรหลีกเลี่ยงการซื้อของที่ระลึกที่เป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งทำมาจากสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์

7. Share A Ride หรือ แบ่งปันการเดินทางร่วมกับคนอื่น

การคมนาคมขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ Carbon Footprint จากการท่องเที่ยว แทนที่จะใช้แท็กซี่ส่วนตัว เราเปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟ รถประจำทาง และรถแท็กซี่ที่ใช้ร่วมกันกับคนอื่น นอกจากนี้ การปั่นจักรยานก็อีกเป็นวิธีที่สะดวกและช่วยประหยัดได้มากกว่า

8. Consider A Homestay หรือ พิจารณาที่พัก

การพักอาศัยกับคนในท้องถิ่นหรือครัวเรือนในชุมชนเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ช่วยเราให้ได้ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น อีกทั้งยังช่วยยกระดับชุมชนด้วยการสร้าวรายได้พร้อมกับการได้แลกเปลี่ยนมุมมองชีวิตที่แตกต่างออกไปด้วย

9. Do Your Homework หรือ ทำการบ้านก่อนออกเดินทาง

ก่อนเดินทาง เราควรศึกษาจุดหมายปลายทางที่จะไป การทำเช่นนี้จะช่วยให้ดื่มด่ำกับประเพณีและการปฏิบัติในท้องถิ่นได้ดีขึ้นและซึมซับกับสิ่งต่างๆ ที่อาจไม่มีใครสังเกตเห็น นอกจากนี้ การได้รับรู้ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ยังช่วยให้สำรวจแหล่งท่องเที่ยวอย่างละเอียดยิ่งขึ้น 

10. Visit National Parks And Sanctuaries หรือ เยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์

การสำรวจธรรมชาติและสัตว์ป่าผ่านอุทยานแห่งชาติเป็นวิธีที่จะช่วยให้เรียนรู้สัตว์และระบบนิเวศของพวกมันโดยตรงได้อย่างใกล้ชิด บางครั้ง ค่าเข้าชมของอุทยานยังช่วยสนับสนุนความพยายามในการอนุรักษ์และปกป้องสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตและภูมิทัศน์ และรักษาพื้นที่ธรรมชาติเหล่านั้นไว้สำหรับคนที่จะมาเที่ยวในอนาคต

11. Don’t Leave A Trace หรือ อย่าทิ้งร่องรอยความเสียหาย

เราสามารถทำเครื่องหมายได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้กับสถานที่ที่ไปท่องเที่ยว ข้อแรก คือ ต้องทิ้งขยะให้ถูกที่ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ขยะเกลื่อนกลาด ข้อต่อมา คือ ห้ามเคลื่อนย้ายหรือดัดแปลงสิ่งใดโดยไม่ได้รับอนุญาต และสุดท้าย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ได้ทำลายสิ่งแวดล้อม

12. Tell Your Friends หรือ บอกเพื่อนถึงประโยชน์ของการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

เมื่อคุณพร้อมที่จะเดินทางตามแนวทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้วก็แจ้งให้เพื่อนที่เป็นนักเดินทาง และครอบครัวรู้ว่าการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นประโยชน์ต่อคนในท้องถิ่นอย่างไร ทั้งประโยชน์จากการเสริมสร้างความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีของพวกเขา และยังช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมที่สวยงามของเราอีกด้วย

ประมาณนี้ครับ… จาก UN!

ขอบพระคุณข้อมูลดีๆ จาก SDG Move

References…

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.