Synchronous Asynchronous E-learning

Synchronous/Asynchronous eLearning

นักการศึกษาและนักเรียนยุคใหม่ ส่วนใหญ่จะเชื่อมั่นและเข้าใจประโยชน์ของ eLearning ที่สามารถเรียนที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ อันเป็นหลักสำคัญที่แสดงถึงความยืดยุ่น ที่แม้ในทางปฏิบัติ จะยังมีข้อจำกัดอยู่มากมายให้ปรับปรุงแก้ไข… แต่ก็ไม่ได้ทำให้ eLearning ลดความสำคัญลงอย่างที่หลายความคิดเห็นยังโต้แย้งและเป็นข้อถกเถียงอยู่

ในฐานะคนที่สนับสนุน eLearning สุดลิ่มทิ่มประตูมาเกือบสามสิบปี ตั้งแต่ยุคส่ง CAI กันทาง Floppy Drive  เป็นกล่องๆ ที่ต้องมีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์เฉพาะทางจึงจะทำได้… จนปัจจุบันสามารถทำคอร์สออนไลน์บนคลาวด์ได้ทุกขั้นตอน ที่ต้องการทักษะการใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐานทั่วไป หรือมีเพียง Tablet เครื่องเดียวก็ทำได้แล้ว… ไม่ว่าใครจะรักจะชอบ eLearning หรือไม่อย่างไร ในวิกฤต COVID-19 ก็เปิดทางให้ eLearning โดดเด่นจนกลายเป็นเสาหลักด้านการศึกษาไปแล้ว

ช่วงนี้เลยขออนุญาตลงลึกเรื่องเกี่ยวกับ eLearning ในมิติต่างๆ เยอะหน่อยครับ และวันนี้จะมาพูดถึงประเภทของ eLearning ที่แบ่งตามหลักของการพัฒนาและวิธีการนำไปใช้ หรืออีกนัยหนึ่งคือวิธีการสื่อสารที่ผู้สอนใช้ปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน ซึ่งโดยหลักการแบ่งแบบนี้ทำให้เราแบ่งประเภทของ eLearning ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. Synchronous eLearning หรือการเรียนออนไลน์แบบซิงโครนัส

การเรียนแบบนี้จะมีการกำหนดเวลาเรียนและเวลาสอนแบบ Real Time ที่ผู้เรียนและผู้สอน ปฏิสัมพันธ์เพื่อถ่ายทอดความรู้ระหว่างกันตามเวลาจริง ปัจจุบันจะใช้การประชุมทางวิดีโอ หรือ Video Conference หรืออย่างน้อยก็ใช้การประชุมทางโทรศัพท์ที่สามารถพูดคุยกันหลายคนได้โดยใช้ทรัพยากรทางเครือข่ายสื่อสารน้อยกว่าการเรียนการสอนผ่าน Video Conference ที่ปัจจุบันความเร็วอินเตอร์เน็ตยังเป็นอุปสรรค์อยู่มาก

Synchronous eLearning กำลังได้รับการพิจารณาเพื่อยกระดับให้เป็น Virtual Classroom ที่ไม่ได้มีแต่การเรียนการสอนอย่างเดียว แต่ยังรวมทั้งการฝึกปฏิบัติในหลายๆ กรณีเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ที่ถือเป็นขั้นการเรียนรู้ที่สูงกว่าการ “เรียนเพื่อรู้” โดยทั่วไป… นอกจากนั้น ยังสามารถใช้วัดผลการเรียนด้วยเทคนิคการทดสอบแบบ  Real Time ได้อีกด้วย

2. Asynchronous eLearning หรือการเรียนออนไลน์แบบอะซิงโครนัส หรือการเรียนรู้ด้วยตนเอง

eLearning แบบอะซิงโครนัสจะออกแบบให้ผู้เรียนสามารถเรียนเมื่อไหร่ มากน้อยแค่ไหนก็ได้ หรือจะหยุดเรียนไว้ก่อน วันต่อมาค่อยเรียนเพิ่มเติมอีกก็ได้… ซึ่งบทเรียนแบบอะซิงโครนัสจะออกแบบการเรียนรู้ด้วยหลักคิดคล้ายกับการเขียนตำรา… เพียงแต่ผู้สอนหรือคนเขียนตำราต้องสร้างบนโครงสร้างการเรียนรู้ที่สามารถตรวจสอบผลการเรียนของนักเรียนหรือผู้เรียนในภายหลังได้… ซึ่งเทคนิคที่นิยมกันในปัจจุบันคือการนำเสนอบทเรียนหรือหลักสูตร ผ่านระบบการจัดการทางการศึกษา หรือ Learning Management Systems หรือ LMS

Asynchronous eLearning และ LMS ในปัจจุบันกลายเป็นแกนสำคัญในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ที่หลายๆ หลักสูตร จัดให้มีการเรียนแบบ Asynchronous eLearning ในสัดส่วนที่สูง โดยบางหลักสูตรให้สัดส่วนสูงถึง 100% และมีหลายหลักสูตรที่พยายามจะสร้างหลักสูตรให้สามารถ Asynchronous ได้ 100% เพื่อให้อิสระกับทั้งผู้สอนและผู้เรียน

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร… การพัฒนาการเรียนการสอนออนไลน์ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ต้องรอบคอบ และยึดผลประโยชน์ของผู้เรียนเป็นหลัก… หลายกรณีผู้สอนใช้ Video Conference กับผู้เรียนเพียงเพราะใช้แก้ปัญหาเฉพาะอย่าง โดย “ไม่ได้เตรียการสอนอย่างแท้จริง” ทำให้ผู้เรียนขาดหลักที่ต้องรู้ต้องเข้าใจ ไปจนถึงขาดพร่ององค์ความรู้และประสบการณ์ ที่ผู้สอนเองก็ไม่ได้มีทักษะในการเรียนรู้ออนไลน์และทักษะ 3L หรือ Life Long Learning ที่หาทางต่อยอดความรู้ที่พร่องให้สมบูรณ์จนแนะนำผู้เรียนได้

ประเด็นก็คือ… eLearning ทำให้ผู้เรียนสะดวกสะบายและได้ประโยชน์มากขึ้นแน่นอน แต่ฝั่งผู้สอนอาจไม่ง่ายในขั้นต้องเตรียมทั้งหลักสูตร เนื้อหาและบทเรียนเพื่อฝากคอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เน็ตช่วยสอนแทน… ทางออกที่ง่ายขึ้นในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้จึงควรจัดสมดุลย์ของเนื้อหาและบริบทการเรียนการสอนทั้ง Synchronous และ Asynchronous eLearning ให้องค์ความรู้จากผู้สอน ขาดหกตกหล่นน้อยที่สุดให้ได้

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.