Talents Management… การบริหารคนเก่งมีพรสวรรค์

Fineding Talent

ยุคแห่งการเฟ้นหาและล่าหัวคนเก่งมีพรสววรค์ หรือ Talent มาร่วมงานในองค์กรที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy… กำลังเป็นกระแสหลักสำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ ที่หวังจะขยายธุรกิจโดยใช้ประโยชน์จากความพร้อมด้านเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร หรือ Information Technology เข้ามาช่วยเสริมกลยุทธ์การแข่งขันแบบเดิมๆ ที่เคยพึ่งแต่ทุนใหญ่คนเยอะสายสัมพันธ์แน่นอย่างแต่ก่อน

Reed Hastings ผู้ก่อตั้ง NetFlix และเจ้าของแนวคิดในหนังสือ No Rules Rules ที่พูดถึงการบริหารคนเก่งจำนวนมากใน NetFlix โดยไม่ต้องตั้งกฏ แต่เปลี่ยนไปใช้ Culture หรือวัฒนธรรมองค์กรขับเคลื่อนผลักดันผลงานของทีมที่ถูก “คัดเลือกแต่คนเก่งมีพรสวรรค์เท่านั้น” มาร่วมงาน… ซึ่ง Reed Hastings อธิบายว่า คนเก่งมีพรสวรรค์หนึ่งคนทำงานได้มากกว่าคนเก่งทั่วๆ ไปนับสิบเท่า นั่นทำให้ NetFlix ยินดีจ่ายค่าจ้างให้คนเก่งมีพรสวรรค์ด้วยค่าตอบแทนสูงที่สุดในตลาด และยังท้าทายให้พนักงาน NetFlix เดินมาบอกได้ว่า งานในตำแหน่งที่ตนเองทำอยู่นั้น ที่อื่นจ่ายค่าแรงเท่าไหร่และจะขอค่าแรงเท่าไหร่… ซึ่งนโยบายการจ่ายค่าจ้างโดยเอาเงินที่ควรจ้างคนนับสิบคน มาทุ่มจ้างคนเก่งมีพรสวรรค์ในงานที่รับผิดชอบคนเดียว ทำให้ NetFlix มีคนเก่งทั่วโลกเดินไปสมัครเพื่อคัดตัวเข้าทำงานจน NetFlix กลายเป็นองค์กรธุรกิจที่มีแต่คนเก่งมีพรสวรรค์มาทำงานร่วมกันจำนวนมาก และเติบโตจากกิจการเช่า DVD ทางไปรษณีย์ กลายเป็นผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของโลกและกำลังจะกลายเป็นผู้ผลิต Video Contents ที่เติบโตเป็นคู่แข่งของ Disneys ที่อยู่มาเกือบร้อยปี… ในขณะที่ NetFlix มีอายุเพียงสิบกว่าปีเท่านั้น

กรณีของ NetFlix ถือเป็นกรณีศึกษาระดับเข้มข้นที่ทั่วโลกกำลัง “ตื่นตะลึง” กับแนวคิดการเฟ้นหาและล่าหัวคนเก่งมีพรสววรค์ที่มีรูปแบบเฉพาะหลายอย่างรวมกันจนเป็น NetFlix Culture ที่มีรายละเอียดและมิติมากมายให้เรียนรู้หากจะเอาเป็นแบบอย่าง… 

อันที่จริง… การเฟ้นหาและล่าหัวคนเก่งมีพรสววรค์ มีมานานผ่านการให้ทุนการศึกษา ที่มีการคัดกรองเพื่อเอาคนมีพรสวรรค์ไปใส่ความรู้ให้กลายเป็นคนเก่งมีพรสวรรค์ และกลับมาทำงานในองค์กรตามเงื่อนไขทุนการศึกษาที่ตกลงกันไว้… หลายกรณีเห็นผลการเปลี่ยนแปลงในทางบวกจากผลงานของ “เด็กทุน” พอสมควร แต่ส่วนใหญ่เด็กทุนก็ต้องกลับเข้าทำงานใน “วัฒนธรรมองค์กร” แบบเก่า… ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เป็นมิตรกับความรู้ประกอบพรสวรรค์ที่เด็กทุนชุบตัวกลับมานัก

กรณีของ NetFlix ซึ่งเฟ้นหาและล่าหัวคนเก่งมีพรสวรรค์มาเข้าทีมได้แล้ว จึงต้องมีวัฒนาธรรมองค์กรให้คนเก่งมีพรสวรรค์ได้ “ปล่อยของ” แทนการถูกกฏระเบียบควบคุมบังคับบัญชา ที่ใครมาทำงานตรงนั้น ก็ต้องทำตามนั้นเหมือนเดิม… ความเก่งเอย พรสวรรค์เอย ความคิดสร้างสรรค์เอย… ล้วนไม่มีค่าที่จะนำมาใช้ทำงานในหน้าที่นั้นในองค์กรแบบนั้นแน่ๆ

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… คนเก่งมีพรสววรค์คือคนที่ทำงานที่เขาชอบและถนัดได้ดีกว่าคนอื่นๆ ทั้งหมดที่ชอบและถนัดงานแบบเดียวกัน… ซึ่งคนเหล่านี้จะมองหาองค์กรหรือทีมที่เป็นมิตรกับพรสวรรค์ที่ขัดเกลาไว้จนเก่งกาจเช่นกัน ซึ่งองค์กรหรือทีมส่วนใหญ่จะมีลักษณะดังนี้คือ

  1. ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะในงานที่ชอบและถนัด มีโอกาสและช่องทางให้การเรียนรู้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะความรู้ใหม่ๆ ให้ Update ได้ง่าย…
  2. สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศที่ใช้ “สร้างสรรค์งาน” ทั้งคนสัตว์สิ่งของและธรรมชาติจะค่อนข้างเฉพาะเจาะจง… หลายคนที่เป็น Talent จึงต้องการออกจากสำนักงานไปหาที่สร้างสรรค์งานบางโอกาส ทำให้คนกลุ่มนี้รัก “ความไว้วางใจ” ระดับวัฒนธรรมองค์กร และส่งมอบผลงานน่าทึ่งซ้ำๆ มากกว่าการตอกบัตรลงเวลาและมาให้เห็นตัวก็ผ่านเกณฑ์แล้ว
  3. ค่าจ้างและรางวัลตอบแทนต้องดึงดูดคนเหล่านี้… ซึ่งองค์กรที่ต้องการคนเก่งมีพรสววรค์ต้องหาสมดุลย์และรูปแบบเฉพาะให้เจอ… กรณีของ NetFlix จ่ายสูงที่สุดเสมอ หรือไม่ก็จ้างออกไปเลยถ้าเก่งไม่จริงหรือพรสวรรค์ที่ปล่อยออกมาราคาต่ำกว่าควรจะจ่ายและไปทำลายศักยภาพของสมาชิกทีมคนอื่น
  4. ความท้าทายและโอกาสอันหาจากที่อื่นอีกไม่ได้ โดยคนเก่งมีพรสวรรค์เหล่านี้จะชอบ “ได้โอกาสเป็นพิเศษในการปล่อยของ” มากกว่าการจูงใจอย่างอื่นเสมอ

ทั้ง 4 ประเด็นที่ว่ามา… คือกลไกการดึงดูดคนเก่งมีพรสวรรค์ให้เดินเข้าหาองค์กรมาให้เลือก ซึ่งองค์กรอย่าง NetFlix… Google หรือ Amazon ต่างให้ความสำคัญกับการ “คัดสรรค์” คนเก่งมาเข้าทีมโดยไม่เร่งรีบ และรอคนที่ “ใช่โดยปริยายเท่านั้นจึงจะตกลงจ้าง” ซึ่งกลุ่ม Talents จะทราบดีอยู่แล้วว่า การเดินเข้าไปเป็นตัวเลือก จะไปพร้อมแววอันแวววาวที่โดดเด่นเสมอ… หรือถ้าหาตัวพวกเก่งมีพรสวรรค์ยากนัก ก็ต้องเดินไปชวนมาจากเป้าหมายหลักที่องค์กรอยากได้คนนั้นแบบระบุตัวกันเลย แม้จะต้องแย่งตัวกันกับเจ้าอื่น… องค์กรอย่าขี้เหนียว ใจแคบและร่ำไรจุกจิกก็พอ!!!

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Digital Transformation

SMACIT และ Digital Strategy… ชั้นเชิงและเครื่องมือทางดิจิทัล สำหรับธุรกิจ #SaturdayStrategy

การจะทำ Digital Transformation ควรเริ่มต้นที่การทำแผนกลยุทธ์ หรือ Strategic Planning โดยวางทุกบริบทของกลยุทธ์ ให้ประสานกับ SMACIT Technology โดยการประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการตลาด ผลิตภัณฑ์ และบริการ โดยมีกลยุทธ์ที่สำคัญอยู่สองด้านคือ การเข้าถึงลูกค้า หรือ Customer Engagement… และ พัฒนาหรือเลือกสรร Digitized Solutions เพื่อให้โมเดลการเข้าถึงลูกค้า… ไม่เหลือช่องว่างให้การเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ เพิ่มเติมอีก โดยเฉพาะในการกำหนดกลยุทธ์ประสานกับ SMACIT Technology… ซึ่งแผนกลยุทธ์ที่ร่างขึ้นในแนวทางนี้อย่างสมบูรณ์จะถูกเรียกว่า Digital Strategic Planning หรือ Digital Strategy นั่นเอง

Diversification

Strategic Assets and Business Diversified… สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ และการกระจายความเสี่ยงในธุรกิจ #SaturdayStrategy

ความเสี่ยงจึงเป็นปัญหาใหญ่อันท้าทายเสมอ ในทุกๆ การตัดสินใจรวมทั้งการไม่ตัดสินใจ ก็ถือว่ามีความเสี่ยงแฝงอยู่ไม่ต่างกัน… พัฒนาการหลายอย่างของมนุษย์ จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยง ภายใต้การกระตุ้นโดยตรงถึงผ่านความกลัวในระดับต่างๆ ของสติปัญญาและความรู้สึกนึกคิด… และหาหนทางอื่นๆ ตระเตรียมเป็นทางเลือก เพื่อลดระดับความกลัวและหรือระดับความเสี่ยง ซึ่งเปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกัน… ประเด็นก็คือ… ที่ไหนมีความเสี่ยง ที่นั่นน่ากลัว และ เรื่องไหนมีความเสี่ยง เรื่องนั้นน่ากลัว!

moving sidewalk

Moving Walkways

ปัญหาใหญ่ของทางเลื่อนคือเรื่องความเร็วการเดินทางต่ำใกล้เคียงกับการเดินเท้าธรรมดา ซึ่งการออกแบบให้ช้าก็เพื่อให้ผู้ใช้ทางเลื่อนปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงเข้าออกทางเลื่อนที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่สุด

flower-relax-rest

ภาพรวม แนวโน้มธุรกิจสปา

มูลค่าตลาดธุรกิจสปาในไทยมีการเติบโตราว 8% ต่อปี… สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลก หรือขยายตัวจากระดับประมาณ 3 หมื่นล้านบาทในปี 2013 มาอยู่ที่ราว 3.5 หมื่นล้านบาทในปี 2015 สูงเป็นอันดับที่ 16 ของโลก และเป็นอันดับที่ 5 ของเอเชีย