Team Building… สร้างทีมอย่างไรไม่ให้อ่อนซ้อม

Team Building

คำกล่าวโบราณที่บอกว่า… มากคนก็มากความ ที่หมายถึงคนเยอะปัญหาก็เยอะอันเนื่องมาจากปัญหาที่มาจากคนหลายๆ คน ยิ่งเมื่อต้องมาอยู่รวมกันเพื่อร่วมมือร่วมแรง ผลักดันเป้าหมายเดียวกันด้วยแล้ว หลายครั้งต้องสะสางปัญหาเยอะแยะที่ติดตัวแต่ละคนมาเสียก่อน จึงจะทำให้เป้าหมายปลายทาง ถูกทำให้สำเร็จลุล่วง… ซึ่งสถานะมากคนที่มารวมกันเพื่อสะสางเป้าหมายเดียวแบบนี้ ถือเป็นสถานะปกติขององค์กรและทีมที่ต้องพึ่งพาการขับเคลื่อนเป้าหมายจากหลายๆ คนพร้อมกัน

ผู้นำองค์กรหรือ Team Leader จึงต้องรู้จักและเรียนรู้การใช้เครื่องมือหลักๆ ในการจัดการภาวะมากคนมากความให้เป็น อันหมายถึงประสิทธิภาพในการผลักดันเป้าหมายของทีม จะถูกรีดออกมาได้สูงสุด จนสามารถวัดได้ชัดเจนผ่านผลลัพธ์ในการบรรลุเป้าหมาย ที่ระดับความราบรื่นที่น่าพึงพอใจ

เครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนทีม ให้เกิดภาวะ “มากคนแต่ไม่มากความ” ที่นิมยมใช้กันอย่างมากมานานก็คือ การสร้างทีมสัมพันธ์ หรือ Team Building ซึ่งจะทำให้คนในทีม หรือสมาชิกทีมเกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทั้งในระดับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและระดับความสัมพันธ์ส่วนรวม จนเกิดการทำงานร่วมกัน เพื่อผลักดันเป้าหมายเดียวกัน ด้วยวิธีการทำงานและประสานงานแบบเดียวกัน จนเป้าหมายลุล่วงด้วยประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนขั้นตอนและกระบวนการสร้างทีมสัมพันธ์ หรือการทำ Team Building ที่นิยมใช้กันก็จะมีเทคนิคและวิธีการหลากหลายตามวัตถุประสงค์… ซึ่งส่วนใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับภาระกิจและเป้าหมาย ซึ่งผู้นำหรือ Team Lead จะเป็นผู้ออกแบบ “เงื่อนไขและกลไกการทำงานร่วมกัน” เป็นแกนในการออกแบบกิจกรรมและขั้นตอนการขับเคลื่อนเป้าหมาย

โดยประสบการณ์ส่วนตัว หากต้องรับผิดชอบทำ Team Building จะเลือกใช้ตามหลักง่ายๆ อย่าง การฝึกซ้อมทำภาระกิจร่วมกัน เพื่อให้รู้จังหวะและรูปแบบการประสานงานกันโดยตรง… เหมือนจะเตรียมตัวไปแข่งฟุตบอล ก็นัดซ้อมสนามจริงกันให้ได้มากที่สุดก่อนการแข่ง… เท่านั้นเอง

ส่วนพิธีกรรมต่างๆ และหลักวิชาด้าน HRM หรือ Human Resources Management ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมขอข้ามการวิจารณ์รูปแบบแนวทางหรือหลักวิชา ที่มีการปรับใช้เพื่อทำ Team Building แบบอื่นๆ ที่มีการออกแบบกิจกรรมฝึกซ้อมและสร้างทีม หรือ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันในทีม ทั้งแบบที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และแบบที่ไร้ความคิดสร้างสรรค์ จนต้องอธิบายรูปแบบหลักการที่ซับซ้อน เพื่อให้การออกแบบขั้นตอนการทำ Team Building ดูมีประเด็น… ซึ่งหลายกรณีที่ผมเคยเจออาจถึงขั้นซับซ้อนวุ่นวายเข้าขั้นไร้สาระและสิ้นเปลืองก็เยอะ… และเคยเจอหลายกรณีก็ดูราวกับซ้อมหน่วยรบพิเศษเตรียมทำสงครามโลกก็มี

โดยส่วนตัวมอง Team Building เป็นเหมือนการเตรียมทีมกีฬา ที่สมาชิกทีมจะเป็นเหมือน “ผู้เล่นตำแหน่งต่างๆ” ซึ่งกิจกรรมหลักที่ทำให้คนหลายๆ คนมารวมตัวกันเป็นทีม ก็เพื่อซักซ้อมหรือฝึกซ้อมร่วมกัน ที่สมาชิกทีมต่าง “ต้องเข้าใจ” วัตถุประสงค์ของการมาทำงานร่วมกันก่อนอื่น… นั่นแปลว่า เรื่องใหญ่ที่สุดคือการประสานงาน ที่สมาชิกทีมจะต้องประสานกันให้ราบรื่นที่สุดในทุกบริบท… และแน่นอนว่า การมารวมตัวกันของคนหลายคน แม้จะมารวมกันด้วยความเข้าใจวัตถุประสงค์อย่างดี ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้การประสานงานเกิดความราบรื่นขึ้นได้ เพราะไม่ว่าจะอย่างไร ธรรมชาติเรื่อง “มากคนมากความ” ยังติดอยู่กับคนกลุ่มนี้เหมือนเดิม

สูตรการจัดการเพื่อเข้าสู่การทำ Team Building จึงเริ่มต้นที่ “การละลายพฤติกรรม” ก่อนเสมอเมื่อต้องทำภาระกิจร่วมกัน ซึ่งกิจกรรมละลายพฤติกรรมส่วนใหญ่จะทำให้สมาชิกในทีมเกิดอารมณ์ร่วมอย่างใดอย่างหนึ่งในเชิงบวก ซึ่งมีเทคนิคมากมายที่นักกิจกรรมกลุ่ม สามารถออกแบบให้ได้ตั้งแต่หัวเราะร้องไห้ร่วมกัน ไปจนถึงอยากขนระเบิดใส่เครื่องบินไปถล่มใส่ศัตรูเดี๋ยวนั้นก็มี

แต่หลายครั้งกิจกรรมละลายพฤติกรรมก็เป็นเรื่องน่าขันและสูญเปล่า จนทำหลายทีมและหลายองค์กรละเลยการทำ Team Building เพราะดูวุ่นวายไร้สาระและสิ้นเปลือง… แถมยังต้องพึ่งการเรียกประชุมมอบหมายงานอยู่ดีจึงจะทำให้ธุระและเป้าหมายถูกจัดการให้ลุล่วงไปได้

ประเด็นก็คือ การประชุม “มอบหมายสั่งการ” ส่วนใหญ่เป็นการบริหารงานแบบรวมศูนย์ และใช้ทรัพยากรหลายอย่างสิ้นเปลืองในระยะยาว โดยเฉพาะเวลา… ในขณะที่การสร้างทีมที่สมาชิกในหน้าที่ต่างๆ รู้บทบาทอำนาจและกลไกการตัดสินใจเพื่อบรรลุเป้าหมายสอดคล้องประสานกันได้ดีแล้ว จะเกิดการร่วมงานแบบกระจายศูนย์ที่สมาชิกทีมในหน้าที่ต่างๆ จะสามารถรุมช่วยกันสะสางกิจธุระเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายได้เอง… 

ท่านลองนึกภาพโค๊ชหรือผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ตะโกนสั่งผู้เล่นอยู่ข้างสนามในขณะที่กำลังแข่งขัน กับโค๊ชที่นั่งดูเกมส์และปล่อยให้นักฟุตบอลทำหน้าที่ได้เต็มความสามารถ โดยไม่ต้องเสียเวลาหันมามองโค๊ชที่คอยกำกับอยู่ข้างสนามอีก… หลายท่านคงตอบได้ไม่ยากว่าทีมไหนคือทีมที่เล่นได้เข้าขาและฝึกซ้อมร่วมกันมาเป็นอย่างดี จนทุกคนรับผิดชอบหน้าที่ตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมรวมทั้งโค๊ชด้วย

ความจริงผมเตรียมข้อมูลเรื่อง Team Building ที่มีหลักการและเทคนิคต่างๆ จะนำเสนอในบทความตอนนี้พอสมควร… แต่โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า การออกแบบกิจกรรม Team Building เป็นเรื่องเฉพาะที่ต้องออกแบบจาก “มากคนมากความ” หรือออกแบบจากต้นทุนของสมาชิกทีม แล้วค่อยสร้างเส้นทางกิจกรรมเพื่อตอบวัตถุประสงค์ของภาระกิจให้ลุล่วง… การหาเฟรมเวิร์คหรือกรอบการทำงานมาตรฐานมาระบุขั้นตอน เหมือนต้องการกำหนดว่าจะใช้แมวพันธ์ไหนสีอะไรไปจับหนู… โดยส่วนตัวเชื่อว่าเป็นเรื่องทำลายความคิดสร้างสรรค์ในทีมและองค์กรไปหมดแล้วตั้งแต่ต้น… ผมจึงขอข้ามที่จะพูดถึงเฟรมเวิร์คต่างๆ ที่มีคนแนะนำใช้อยู่มากมายหลากหลาย ซึ่งท่านที่สนใจคงต้อง Google ข้อมูลเพิ่มเติมกันเองเพื่อหากรณีศึกษาที่ท่านสนใจ

ขอบคุณที่ติดตามครับ!

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวัน