The Pareto Principle… หลักทำน้อยได้มาก

Pareto Principle

หลักการพาเรโต หรือ Pareto Principal หรือกฏ 80/20 ที่รู้จักกันทั่วไปในแวดวงนักบริหาร Pareto Principal พูดถึงการตีความเรื่องสำคัญที่มีอยู่เพียง 20% ในขณะที่เรื่องไม่สำคัญจะมีมากถึง 80%… เหมือนสิ่งที่เป็นประโยชน์โดยธรรมชาติก็มีเพียง 20% เช่นกัน และสัดส่วนสิ่งด้อยประโยชน์ก็มีมากถึง 80% เช่นกัน

…เราใช้เสื้อผ้าเพียง 20% ของเสื้อผ้าที่มีอยู่ อีก 80% แขวน/พับ/เก็บ
…คน 20% ขับเคลื่อนผลักดันองค์กร ในขณะที่อีก 80% เป็นเพียงลูกหาบ
…คน 20% ผลิต GDP ได้ 80% ของ GDP ทั้งประเทศ ในขณะที่คน 80% ต้องพึ่งพาภาษีอากรที่คน 20% จ่ายภาษี

หลักการพาเรโตมีการนำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางทั่วโลก เพื่อมองหา “สิ่งสำคัญ” กับ “สิ่งไม่สำคัญ” ซึ่งหลายครั้งเราวนเวียนอยู่กับทุกๆ ประเด็นในชีวิตประจำวันจนไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญที่แท้จริงได้… สุดท้าย การไม่เข้าใจว่าอะไรสำคัญและอะไรไม่สำคัญ ทำให้มีเพียงคนส่วนน้อยแค่ 20% ที่กลายเป็นคนสำคัญได้

การเข้าใจกฏ 80/20 ของตัวเองจึงสัมพันธ์กับความสำเร็จและความล้มเหลวในชีวิตคนๆ หนึ่งทีเดียว…

เพื่อนผมคนหนึ่งใช้เวลาวันละ 3 ชั่วโมงหลังเลิกงานไปเรียน MBA สองปีต่อมาเพื่อนผมท่านนี้ได้ตำแหน่งใหม่และเงินเดือนสูงขึ้นเท่าตัว… เพื่อนผมท่านเดิมนี้ ออมเงิน 20% ทุกสัปดาห์ตลอด 2 ปี… อีกสิบปีต่อมาพอร์ตหุ้นจากเงินออมสองปีเพียงแสนบาทมีมูลค่าเป็นตัวเลขแปดหลัก…

ประเด็นก็คือว่า… คนส่วนใหญ่มองเรื่อง 80/20 หรือ 20/80 ในชีวิตตัวเองไม่ออก… ยกตัวอย่าง นักศึกษาคนหนึ่งเรียนจบได้งานทำ หลายคนเอาเงินเดือนๆ แรกใส่ซองไปกราบพ่อแม่เพื่อเป็นสิริมงคลหรืออะไรก็แล้วแต่… ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรผิด แถมดีงามน่ายกย่อง… แต่ถ้ามองจากมุมการจัดลำดับความสำคัญ… เงินยอดนั้นดูเหมือนจะถูกล๊อคตัวเลือกความสำคัญอื่นๆ หมดในนาทีนั้น ซึ่งลึกลงไปกว่านั้นผมมองว่าเป็นเรื่อง “ค่านิยมคนดี” ที่อาจจะเกิดปรากฏการณ์ที่ทำลายโอกาสใหญ่ๆ กว่านั้นได้… สมมุติว่า เงินเดือนๆ แรกถูกแบ่งไว้ 20% เป็นเงินออมเพื่อการลงทุน อีก 20% ใส่ซองไปกราบพ่อแม่เพื่อประกาศความสำเร็จ… และอีก 60% ใช้ดูแลตัวเอง… กรณีนี้จะเห็นว่า คนๆ นี้แสดงความกตัญญูด้วยการไม่เป็นภาระพ่อแม่แล้วหลังเรียนจบและมีรายได้ก้อนแรก และกันไว้ดูแลตัวเองให้พอ แถมยังวางแผน “ออมเพื่อการลงทุน” ยาวต่อเนื่องแบบคน “คิดเป็น” ที่เข้าใจดีว่า… แท้จริงแล้วพ่อแม่ในอีก 10-20 ปีข้างหน้าต่างหากที่ต้องการการดูแลจากเรา… การให้เงินเดือนๆ แรกทั้งเดือนจากมุมมองนี้จะเป็นเพียงคนหน้าใหญ่ใจโตโชว์ใจถึง… แล้วก็ให้พ่อแม่ดูแลรับผิดชอบตัวเองต่อไปอีกเดือนหนึ่งเท่านั้น

ซึ่งกรอบคิดทำนองนี้จะเปลี่ยนยากมากเป็นค่านิยมความเชื่อ… ที่ท้ายที่สุดจะจัดลำดับความสำคัญและวางแผนอะไรไม่ได้เลย… แต่ก็เป็นคนส่วนใหญ่หล่ะครับ ไม่แปลกอะไร

ในทางธุรกิจ… นักบริหารเข้าใจดีว่า ลูกค้า 20% มักจะเป็นรายได้หลักของธุรกิจ… หรือแม้แต่โฆษณาที่ว่านออกไปทั้งหมด ก็มีเพียง 20% หรือน้อยกว่านั้นที่คนเห็นโฆษณาแล้วเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าได้… พนักงานในทีมก็มีเพียง 20% ที่ขับเคลื่อนบริษัท ในขณะที่อีก 80% อยู่ในฐานะผู้ช่วยที่หาทดแทนได้หรือแม้แต่ไม่มีก็ได้

ในทางเทคนิค… Pareto Principal หรือกฏ 80/20 หรือกฏทำน้อยได้มาก ถือว่าเป็นปรัชญาในการเพิ่มประสิทธิภาพให้ทุกอย่างที่เราต้องการได้… การมองหา 20% ที่สำคัญและโฟกัส… มักจะส่งผลที่คาดไม่ถึงและกระทบอีก 80% ในเชิงบวกได้ค่อนข้างชัดเจน

กรณีรายได้ 20% เพื่อออมและลงทุนจะชัดเจนที่สุดในการเทียบเคียง… ถ้าท่านเขียนตัวเลข 1000 บาทไป 24 แถว แทนการเก็บเงินเดือนละ 1000 บาท 24 เดือน… ท่านจะได้ผลบวกเท่ากับ 24,000 บาท ซึ่งโลกความจริงหากเงินทั้งหมดสะสมในบัญชีธนาคาร จะมีตัวเลขเกิน 24,000 บาทมาเล็กน้อยจากดอกเบี้ย… ถ้าสมมุติว่าเดือนที่ห้าของการเก็บเงิน ที่รวมตัวเลขได้ 5,000 บาท ซึ่งพอสำหรับการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นขั้นต่ำ และเด็กจบใหม่ทำงานมาห้าเดือนเอาเงินก้อนแรกไปซื้อหุ้น แน่นอนว่าเขาไม่มีแผนจะขาดทุนเพราะวางแผนและศึกษามาอย่างดี… พอถึงเดือนที่สิบ เขายังเพิ่มเงินลงทุนได้อีก 100% จากห้าพันบาทเป็นหนึ่งหมื่นบาท

ประเด็นก็คือ… เด็กจบใหม่อายุงานสิบเดือน มีศักยภาพในการเพิ่มสินทรัพย์ให้ตัวเองมากกว่า 100% ในสิบเดือน แถมด้วยความรู้เรื่องการลงทุนในหุ้นที่กลายเป็นเซียนหุ้นในอีกสามปีต่อมาได้สบายๆ

หลักการทำน้อยได้มากหรือกฏ 80/20 จะคล้ายๆ แบบนี้… มองหา 20% ที่สำคัญและโฟกัส… กับดักความสำเร็จและล้มเหลวที่คนส่วนใหญ่หาไม่เจอ อยู่ตรงนี้… และอุปสรรคสำคัญของการโฟกัสเรื่อง 20% เพื่อรับ 80% คือความเชื่อ ที่มักจะใหญ่กว่าเหตุผลหรือไม่ก็ “ดูเหมือนเป็นเหตุผลใหญ่” จนต้องทิ้ง 20% ที่สำคัญไว้ก่อน

โดยเฉพาะ… ความเชื่อที่ใหญ่กว่าเหตุผลของคนรอบๆ ตัวที่ลากเราเข้ากับดัก 80% ที่สำคัญน้อย… ถึงตรงนี้ขอให้เข้าใจว่า มีเพียง 20% ที่สำคัญ และที่เหลือจะเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญอีก 80%… แต่ก็ไม่ได้บังคับว่าสัดส่วนว่าจำเป็นจะต้อง 80/20 เสมอไป อาจแตกต่างได้ แต่ให้สนใจสิ่งสำคัญเป็นหลัก

ความจริง Pareto Principle มีรายละเอียดลึกซึ้งระดับปรัชญา พร้อมตรรกะชั้นสูงต้องทำความเข้าใจกว่านี้มาก… ซึ่งหลักการพาเรโตถูกคิดค้นขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้วโดยนักเศรษฐศาสตร์ชาวฝรั่งเศษสัญชาติอิตาเลียนนาม Vilfredo Pareto… การประยุกต์ใช้จริงๆ จึงลึกซึ้งและยืดยุ่นมาก ที่หลายกรณีอาจได้เห็นมิติที่น่าตื่นตาตื่นใจที่คาดไม่ถึงก็มี… ท่านที่สนใจลองค้นดูเพิ่มเติมได้…

คำถามคือ… ท่านหา 20% ที่สำคัญและถูกต้องเจอหรือยังครับ?

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Recent Posts

Related Post

RPA

Marketing 5.0 #SaturdayMarketing

Marketing 5.0 หรือ การตลาด 5.0 จะเริ่มต้นและจบวงจรการตลาดที่ Data และ Big Data… โดยมีแพลตฟอร์มที่เหมาะสมต่อธุรกิจ “ช่วยย่อยข้อมูล” มาสร้างชุดทางเลือกสนับสนุนการตัดสินใจให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจนเกิดระบบนิเวศ Human – Data – Technology – Platform – Analyze ซึ่งต้องทำงานร่วมกันเพื่อเข้าให้ถึง Customer Insight ถึงขั้นสังเคราะห์ Customer Foresight และ Predictive Decision เพื่อชี้นำการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า หรือ Customer Experience เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มบน Customer Lifetime Value หรือ มูลค่าตลอดชีพจากลูกค้า… ซึ่งทั้งธุรกิจและลูกค้าต่างก็ทำประโยชน์ให้กันแบบ Win–Win ไปด้วยกัน

Thai Kids Reader

MDE… กรณีศึกษา Learning Resources Listing

ประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ อย่างอังกฤษ อเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ทั้งหมดพัฒนาทรัพยากรทางการศึกษาบนแพลตฟอร์มดิจิตอลกันมานานและต่อเนื่อง วิกฤตคราวนี้จึงดูเหมือนจะมีปัญหาน้อยกว่าประเทศล้าหลัง ที่ยังทำมาหากินกับกิจการ “ขายเป้ใส่หนังสือและขายหนังสือใส่เป้”

special offer

Dynamic Offer Optimization และ Hyper-Personalized Marketing #SaturdaysStrategy

การทำ Personalized Marketing ต้องใช้เทคโนโลยีทางการตลาด หรือ Marketing Technology หรือ MarTech ช่วยในการย่อยข้อมูลให้ธุรกิจและแบรนด์ สามารถส่งมอบประสบการณ์ Contents และ สินค้าหรือบริการอันเฉพาะเจาะจง “สำหรับลูกค้าทุกคน ในแบบที่ลูกค้าแต่ละคนพึงใจ และ ประทับใจมากที่สุด”