Trust Culture… วัฒนธรรมองค์กรอันมีความเชื่อมั่นไว้วางใจต่อกันสูง #ExtremeLeader

Trust Culture

ความเชื่อถือไว้วางใจ หรือ Trust… ถือเป็นปัจจัยที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างกันของกลุ่มคน โดยความเชื่อถือไว้วางใจจะยังคงอยู่ ตราบเท่าที่สมาชิกกลุ่มยังมีความเชื่อมั่นต่อกัน

ความเชื่อถือไว้วางใจ หรือ Trust จะช่วยลดความไม่แน่นอนและความเสี่ยง และ เพิ่มความระมัดระวังให้กระบวนการตัดสินใจ รวมทั้งการสนองตอบต่อผลการตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมของกลุ่ม… ความเชื่อถือไว้วางใจจึงเป็นเรื่องใหญ่ในวัฒนธรรมองค์กรที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลในการขับเคลื่อนเป้าหมายความสำเร็จร่วมกัน

ประเด็นก็คือ… ความเชื่อถือไว้วางใจทั้งในตัวบุคคลและองค์กร ไม่ได้เกิดขึ้นและตั้งอยู่อย่างเลื่อนลอย แต่ทั้งหมดล้วนต้องมี “ฐานรองรับ” ซึ่งมักจะหมายถึงผลงาน การกระทำ และ พฤติกรรมของบุคคล โดยเฉพาะผลงาน การกระทำ และ พฤติกรรมของคนส่วนใหญ่หรือคนที่บทบาทสำคัญในองค์กร อันจะกลายเป็นฐานสำคัญของความน่าเชื่อถือไว้วางใจขององค์กรด้วย

ปัจจุบันมีธุรกิจและองค์กรมากมายที่กำลังมองหาวิธีการต่างๆ ในการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรให้โดดเด่น ซึ่งทั้งหมดต้องเริ่มจาก “ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้” ก่อนอื่น เพราะการเป็นองค์กรที่เชื่อถือไว้วางใจได้ จะสามารถปลดปล่อยพลังในการขับเคลื่อนโดยไม่สูญเสียทรัพยากรไปกับกลไกตรวจสอบควบคุมที่มากเกินจำเป็น

บทความเรื่อง ความไว้วางใจกับการประยุกต์ใช้ในการทำงาน จากเวบไซต์ของสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) ชี้ว่า… ความเชื่อถือไว้วางใจ หรือ Trust จะเกิดขึ้นกับใครได้ก็ต่อเมื่อมีองค์ประกอบ 2 อย่างที่สำคัญก่อนคือ

  1. Competence หรือ ทักษะความสามารถเพื่อใช้ในการทำหน้าที่ในบทบาทที่ตนรับผิดชอบ
  2. Credibility Character หรือ บุคลิกน่าเชื่อถือ หรือ เป็นคนมีเครดิตจนคนอื่นยอมรับในทักษะความสามารถ ความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม ความรับผิดชอบ รวมทั้งวุฒิภาวะและทักษะความสามารถในการตัดสินใจ

ส่วนบทบาทในฐานะผู้นำ หรือ ผู้บริหารที่ต้องอาศัยทีมในองค์กรเข้ามาช่วยงานภายใต้การตัดสินใจทั้งหมด สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนก็คือ “การมอบหมายงาน” ซึ่งโดยทั่วไปสำหรับทีมหรือพนักงานที่ได้รับมอบหมายงานสำคัญ หรือ งานที่ท้าทาย หรือ งานที่ตนเก่งและมีทักษะโดดเด่นอยู่เดิม… มักจะพึงใจและรู้สึกได้ถึงความไว้วางใจของผู้บริหาร หรือ หัวหน้าที่มอบหมายงานให้

แต่ถ้าตัวผู้มอบหมายงานเองมีพฤติกรรมไม่น่าเชื่อถือไว้วางใจ ทั้งที่เป็นบุคลิกตัวตน และ ที่เสแสร้งด้วยเงื่อนงำหรือลับลมคมใน… หรือแม้แต่สั่งงานมอบหมายงานส่งๆ ไปโดยไม่ให้ความสำคัญจนรู้สึก หรือ สัมผัสได้… การมอบหมายสั่งงานทั้งหมดไม่ว่าจะสำคัญหรือไม่สำคัญ จะทำลายความน่าเชื่อถือไว้วางใจของผู้นำไม่มากก็น้อย

ความน่าเชื่อถือไว้วางใจของผู้นำเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และ ถือเป็นภาพลักษณ์สำคัญของความน่าเชื่อถือไว้วางใจขององค์กรที่อยู่ภายใต้การนำนั้นด้วย… การรับบทบาทนำโดยขาดทักษะความสามารถหนึ่ง และการประพฤติตนเป็นคนไร้เกียรติและไม่น่าเชื่อถือหนึ่ง… ย่อมจะสร้างความไม่น่าเชื่อถือไว้วางใจสำหรับใครที่ “จำเป็น” ต้องข้องแวะแตะต้อง… แน่นอน

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Building Resilience

Building Resilience… เปลี่ยนแปลงอย่างไรให้ยืดหยุ่น #ExtremeLeadership

เมื่องัดเอาปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้แต่กระทบองค์กรและธุรกิจมาประเมินความเสี่ยงทุกแง่ และ ทุกมุมมองแล้ว ส่วนที่ต้องเปลี่ยนแปลงก่อนการสร้างกลไกที่ยืดหยุ่นไว้ใช้ ก็คือ “จัดการปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้แต่เสี่ยงสูง” ทั้งหมดที่ธุรกิจและองค์กรแบกอยู่… และ ต่อให้ทั้งหมดนั้นคือ โอกาสเท่าที่มี… นั่นยิ่งแสดงว่าต้องรีบสะสางปรับเปลี่ยนให้เร็วที่สุดแล้วหละ

Learning

ครูพร้อม.com และ ครูพร้อมอยากแชร์ Challenge… #ReDucation

เชิญชวนครู และ บุคคลทั่วไปไม่จำกัดอายุ สร้างสรรค์คลิปวีดิโอ ความยาว 5–10 นาที มีเนื้อหาสาระสำหรับนักเรียนระดับชั้นใดก็ได้ ที่ต้องการแบ่งปันแลกเปลี่ยนให้แก่เพื่อนครู บุคลากรทางการศึกษา สามารถนำไปปรับใช้ และ สร้างเนื้อหา หรือ Content เกี่ยวกับอาชีพ การเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ จะเป็นวีดิโอเดิมที่เคยจัดทำไว้ หรือ ถ่ายทำใหม่ก็ได้… โดย Upload บน Facebook และตั้ง Post เป็น สาธารณะ หรือ Public แล้วติด TAG #ครูพร้อมอยากแชร์

eLearning Assessment

Qualitative eLearning Assessment Methods… วิธีประเมินผลการเรียนเชิงคุณภาพ #ReDucation

ความท้าทายในการนำ Open Book Examination มาใช้ร่วมกับ QAM หรือ Qualitative Assessment Methods หลายรูปแบบจึงถูกศึกษาวิจัย และ แนะนำในหมู่นักการศึกษาที่กำลังเปิดกว้างกับการพัฒนา และ ใช้หลักสูตรออนไลน์ รวมทั้งหลักสูตรไฮบริด หรือ Hybrid Learning ในการจัดการศึกษาหลักที่ยังต้องประเมินและทดสอบความรู้ของผู้เรียนอยู่…

Computer Based Instructional Design…

การออกแบบ CBI หรือ Computer Based Instruction… แท้จริงแล้วก็คือ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใส่เนื้อหาบทเรียนที่ต้องการสอน โดยคำนึงถึง “ความแตกต่างของผู้เรียน” ในทุกมิติ และใช้ความแตกต่างนั้นมาสร้างฟังก์ชั่น หรือ เงื่อนไขการใช้บทเรียน อ้างอิงวัตถุประสงค์การเรียน… บทเรียน หรือ Lesson… หน่วยการเรียนรู้ หรือ Learning Module… และ LO หรือ Learning Outcome ให้ครบถ้วนที่สุด