ข้อมูลการจัดการศึกษาทางไกลทั่วโลกในวิกฤต COVID-19

Distance Education

UNESCO ได้สำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่ตอบสนองต่อวิกฤตไวรัสโคโรน่า ซึ่งส่งผลโดยตรงกับความจำเป็นที่จะต้อง Stay Home, Stay Safe and Keep Distance… จนทำให้การเรียนการสอนทั่วโลกชะงักงันพร้อมกันทั่วโลก อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และทางออกเดียวของการจัดการศึกษาจึงอยู่ที่ Platform Based Education และ Distance Education เท่านั้น… ผมแนบลิงค์ไว้ใต้อ้างอิงสำหรับท่านที่อยากเห็นข้อมูลชัดๆ ในมุมมองของ Unesco

ประเด็นก็คือ ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างลุกขึ้นคว้า “ทรัพยากรสื่อ” เท่าที่มีอยู่ในมือ ผลักดันการศึกษาทางไกลอย่างเร่งด่วน… หลายประเทศในทวีปแอฟริกาที่ยังขาดแคลนหลายสิ่งหลายอย่าง ก็ยังใช้วิธีการออกอากาศทางโทรทัศน์ หรือแม้แต่ใช้การออกอากาศทางวิทยุเท่าที่หาได้… ตัวอย่างกรณีของประเทศ Cabo Verde หมู่เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งใช้คลื่นวิทยุ 2 คลื่นสำหรับออกอากาศช่องครูโดยตรง โดยใช้เนื้อหาจาก Educa.com และ Aprender e Estudar em casa มาออกอากาศส่งเสริมการศึกษาทางวิทยุ

กรณีของเคนย่า… ที่มี Kenya Institute of Curriculum Development เป็นเสาหลัก รับไม้ต่อผลักดันการศึกษาทางไกลทันที โดยมีแพลตฟอร์ม eLearning อย่าง Kenya Education Cloud ที่เคนยาเตรียมไว้เพื่อปฏิรูปการศึกษาอยู่แล้ว

อีกประเทศหนึ่งที่น่าสนใจก็คือไนจีเรีย ที่ข้อมูลชี้ว่า… กระทรวงศึกษาธิการของไนจีเรียวางโครงสร้างการศึกษาให้เด็กในวิกฤต COVID-19 ด้วยการพัฒนาข้อมูลและทรัพยากรสำหรับการศึกษาต่อเนื่อง รวมทั้งการเรียนรู้ของเด็กที่บ้านเป็นรายบุคคลทีเดียว 

ส่วนประเทศยูกันดา… หน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติของยูกันดา ได้ร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟในการแนะนำ Platform Kolibri แพลตฟอร์มอีเลิร์นนิ่งฟรีเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ในช่วงปิดโรงเรียนที่เกิดจากการระบาดของ COVID-19

ขยับขึ้นมาดูกลุ่มประเทศอาหรับในตะวันออกกลางทั้งหมด… ทุกประเทศมี eLearning Platform ใช้งานกันระดับชาติ รวมทั้งสนับสนุนให้ใช้ช่องทาง Youtube เผยแพร่วิดีโอที่ผลิตโดยโรงเรียนและครู เป็นมาตรฐานหนึ่งทางการศึกษา… หลายประเทศในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางจึงมีช่องทางสื่อสารการศึกษามากกว่าหนึ่งช่องทางทั้งสิ้น… กรณีของประเทศจอร์แดนก็มีการใช้แพลตฟอร์มมากถึง 3 แพลตฟอร์มในการถ่ายทอดเผยแพร่เพื่อการศึกษา รวมทั้งกรณีของประเทศซีเรียที่สงครามภายในประเทศ ก็ยังไม่สงบเข้าที่เข้าทางมากนัก แต่ก็มีแพลตฟอร์มด้านการศึกษาระดับชาติมากถึง 3 แพลตฟอร์มเช่นกัน

ในกลุ่มประเทศฝั่งเอเชียแปซิฟิก… ประเทศใหญ่อย่างจีนมีหน่วยงานระดับชาติอย่าง National Cloud-Platform for Educational Resources and Public Service ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากในช่วงการระบาดของ COVID-19 ในจีน ที่สามารถจัดหาอุปกรณ์ถ่ายทำวีดิโอทางการศึกษา ให้โรงเรียนต่างๆ ช่วยกันผลิต Education Contents ให้เด็กๆ ในจีนได้แทบจะไร้รอยต่อ… ส่วนกลุ่มประเทศอย่างอินเดีย อินโดนิเซียและญี่ปุ่น… ต่างก็มี Education Platform ที่ดำเนินการอยู่แล้วมากกว่าหนึ่งแพลตฟอร์ม ที่สามารถทดแทนการไปโรงเรียนของเด็กได้ทันทีเช่นกัน

ฝั่งยุโรปตะวันออกและเอเชียกลาง… หลายประเทศมีแพลตฟอร์มมากกว่าสองแพลตฟอร์มใช้สนับสนุนการเรียนการสอนทางไกล… ประเทศอัลบาเนีย และอัลเซอร์ไบจัน มีแพลตฟอร์มสนับสนุนการศึกษาทางไกลมาตรฐานมากถึง 3 แพลตฟอร์ม… ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ Open Educational Platform โดยกระทรวงศึกษาธิการของรัสเซีย ที่แสดงให้เห็นว่า รัสเซียซุ่มเตรียมตัวเรื่องการศึกษาออนไลน์มานาน ที่การปฏิรูปการศึกษา หมายถึงแพลตฟอร์มด้านการศึกษาที่หลากหลาย ไม่ใช่การศึกษาคือผลิตหนังสือใส่เป้ให้เด็ก หรือไม่ก็คิดซื้อแท็บเล็ตแจกเด็กเหมือนบางประเทศ

แต่ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเห็นจะเป็นข้อมูลแพลตฟอร์มทางการศึกษาจากฝั่งยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะประเทศเยอรมันที่มี Education Platform มากถึง 14 แพลตฟอร์ม… ในขณะที่แคนาดามีมากกว่าถึง 16 แพลตฟอร์ม… ของสหรัฐอเมริกาคงไม่ต้องพูดถึง เพราะ eLearning ในสหรัฐอเมริกาก้าวหน้าไปไกลถึงขั้นเรียนปริญญาเอกออนไลน์ได้ PhD. กันแล้ว

ฝั่งกลุ่มประเทศละตินอเมริกาอย่างเม็กซิโกก็ไม่ได้น้อยหน้า… เม็กซิโกมีแพลตฟอร์มทางการศึกษาทางไกลมากถึง 4 แพลตฟอร์ม และอีกหลายประเทศในกลุ่มนี้มีแพลตฟอร์มด้านการศึกษาทางไกลมากกว่าหนึ่งแพลตฟอร์มกันหมด ซึ่งข้อได้เปรียบเรื่องการใช้ภาษาสเปนเป็นภาษากลางในหลายประเทศ ของกลุ่มละตินอเมริกา อาจจะทำให้เราได้เห็นการทำ Education Share Resources ที่พลิกเปลี่ยนระบบการศึกษาของหลายๆ ประเทศในละตินอเมริกาเร็วๆ นี้ก็ได้

ประเทศไทยเองโชคดีที่วิกฤต COVID-19 เกิดขึ้นปลายเทอมสองของปีการศึกษาที่โรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการส่วนใหญ่จัดสอบปลายภาคเสร็จสิ้นกันหมด กระทบบ้างก็แต่แผนการเดินทางท่องเที่ยวดูงานของครูอาจารย์บางโรงเรียน ที่เป็นประเพณีก่อนปิดภาคเรียนของหลายๆ ที่… ส่วนฝั่งมหาวิทยาลัยที่ยังไม่ได้ปิดเทอมส่วนใหญ่ค่อนข้างพร้อมสำหรับ eLearning ทั้ง Synchronous / Asynchronous ทั้งระดับสถาบัน อาจารย์และนักศึกษา… ที่วังเวงก็มีแต่การศึกษาพื้นฐานของประเทศไทยทั้งประถมมัธยม รวมทั้งอาชีวะศึกษา… ที่ยังมีบางคนละเมอหาแท็บเล็ตโดยไม่พูดถึงแพลตฟอร์มให้ได้ยินอยู่เลย…

ผมก็ไม่เข้าใจว่าเขาไม่อายที่จะพูดแบบนั้นบ้างรึไง!!!

ที่จริงประเทศไทยมีความพร้อมเรื่องการศึกษาออนไลน์ไม่ด้อยกว่าใครหรอกครับ… เพียงแต่ครูอาจารย์และนักการศึกษาบ้านเราส่วนใหญ่ เข้าใจว่าตัวเองจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมรับผิดชอบเทคโนโลยีทางการศึกษา ในแพลตฟอร์มที่กระทรวงตั้งขึ้นหรืออย่างไรไม่ทราบ กระแสเมินใส่และไม่ปลื้มจึงกดแม้แต่ข้อมูลข่าวสารของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีการศึกษาของชาติ… จนแม้แต่บรรดาครูอาจารย์เองยังไม่รู้ว่ามีแพลตฟอร์มอย่าง ศูนย์การเรียนรู้ด้วยระบบดิจิตอล หรือ OPEC Digital Leraning Center โดยกลุ่มงานทะเบียน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่แม้จะมองยังไม่เห็นว่าจะเติบโตมาเป็นเสาหลักของการศึกษาชาติได้หรือไม่… แต่อย่างน้อยวิสัยทัศน์มีอยู่ชัดเจนพอที่จะช่วยกันให้เกิดแพลตฟอร์มการศึกษาของชาติ… ซึ่งผมมองว่า ควรก้าวไปถึงขั้นเป็นองค์การมหาชนที่เป็นเอกเทศทั้งการจัดการและกฏหมายเหมือนหน่วยงานองค์การมหาชนอื่นๆ ที่ประเทศไทยมี… 

ประเด็นคือ แพลตฟอร์มด้านการศึกษาระดับชาติทุกมิติ ควรได้รับการส่งเสริมทันทีทุกทางตั้งแต่เดี๋ยวนี้… อย่าด่วนถามหาความเท่าเทียม แท็บเล็ตหรือคนรับผิดชอบที่เขางานเดิมล้นมืออยู่เลย… แค่เปิดทางต้อนรับ EdTech Startup สายเลือดไทยก็เหลือเฟือจะผลักดันได้แล้ว… ไม่เชื่อถามพี่กระทิง เรืองโรจน์ พูนผลดูได้ครับ

จบเท่านี้ก่อนดีกว่าน๊ะ เดี๋ยวจะออกทะเลไปไกล… ผมยิ่งถูกวิญญาณปากมอมเข้าสิงตอนคุยเรื่องปฏิรูปการศึกษาง่ายอยู่ด้วย!!!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวัน

Recent Posts