Universal Design for Learning… กลยุทธ์การออกแบบการเรียนรู้แบบครอบจักรวาล #ReDucation

ในยุคที่โครงสร้างทางการศึกษาจำเป็นต้องออกแบบให้สามารถผสม หรือ Blended ทั้ง Online เข้ากับ Offline… ผสม Analog เข้ากับ Digital และ ผสม Synchronous เข้ากับ Asynchronous เพื่อเข้าถึงทั้งผู้เรียน และ ผู้ที่ต้องการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาในทุกบริบท… นักการศึกษารุ่นเราจำเป็นต้องออกจากกรอบการใช้ระเบียบวิธี หรือ Method จากวิชาครูดั้งเดิมที่คนรุ่นเราเคยเรียนมาจากครูของเรา… เพื่อเปิดทางให้เครื่องมือทางการศึกษา และ โครงสร้างทางการศึกษายุค EdTech ได้ปลดปล่อยศักยภาพให้ได้สูงสุด ซึ่งทั้งหมดจะเริ่มต้นที่การออกแบบการเรียนการสอนใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในปัจจุบัน… การออกแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ถูกแบ่งปันวิธีการ หรือ Method ผ่านคีย์เวิร์ดคำว่า “Teaching Strategies” ซึ่งมีครูอาจารย์… นักการศึกษา และ นักวิจัยด้านการเรียนการสอนและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั่วโลก… แบ่งปันถ่ายทอดหลักการ และ วิธีการไว้มากมาย โดยการเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับบริบทในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาจุดเด่นจุดด้อยก่อนการนำใช้ไม่ต่างจากการเลือกใช้ปรัชญาและทฤษฎีทางการศึกษา… โดย “Teaching Strategies” ที่เกิดขึ้นใหม่ทั้งหมดในศตวรรษที่ 21 เกือบทั้งหมดยังคงต่อยอดมาจากทฤษฎีฐาน หรือ Grounded Theory ที่นักการศึกษาพิสูจน์ยืนยันหลักการและวิธีการเอาไว้ครั้งแล้วครั้งเล่าข้ามกาลเวลานับร้อยๆ ปีก็มี

การพูดถึง “Teaching Strategies” ในหมู่นักการศึกษาที่ผมรู้จักในช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมานี้… แนวทาง Teaching Strategies ที่ชื่อ UDL หรือ Universal Design for Learning ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่มีความน่าสนใจในศักยภาพการเข้าถึงผู้เรียน หรือ Learners Approach ในวงกว้าง… ซึ่ง UDL จะถูกออกแบบให้ “มีพอ และ ยืดหยุ่นพอ” สำหรับทุกๆ ความต้องการของผู้เรียน โดยตอบโจทย์ Personalized Learning ได้อย่างน่าสนใจยิ่ง

ข้อมูลจาก Center for Teaching Innovation แห่ง Cornell University ได้กล่าวถึงเหตุผลในการใช้ UDL เอาไว้ว่า…

  • UDL สามารถผสมผสาน “สภาพแวดล้อมการเรียนรู้อย่างครอบคลุม หรือ Inclusive Learning Environment” ได้อย่างยอดเยี่ยม
  • UDL สามารถออกแบบหลักสูตรเพื่อรองรับความต้องการของผู้เรียนได้หลากหลาย โดยขจัดอุปสรรคในการเรียนรู้ที่อาจเกิดขึ้น หรือ ขจัดส่วนเกินในการเรียนรู้ที่ไม่จำเป็น ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกบริบทการเรียนที่ต้องการได้ตามต้องการ โดยข้ามผ่านบริบทการเรียนที่ไม่พึงประสงค์ได้
  • UDL มีวิธีการให้ผู้เรียนได้รับรู้ ทำความเข้าใจ และ แสดงออกได้หลากหลาย ไปจนถึงไร้ขีดจำกัดก็มีในบางกรณี… ซึ่งทั้งหมดจะช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับเนื้อหาในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อพวกผู้เรียนสูงสุด และ ยังส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับเนื้อหา หรือ Contents เพื่อพัฒนาทักษะเฉพาะด้านที่ผู้เรียนต้องการ

ส่วนประเด็นที่ต้องพิจารณาในการออกแบบ UDL ประกอบด้วย…

  1. Provide Options for Perception หรือ จัดเตรียมทางเลือกสำหรับการรับรู้… โดยตั้งบนสมมติฐานที่ว่า ผู้เรียนอาจเข้าถึงข้อมูลและองค์ความรู้ได้ต่างกัน การออกแบบตามหลักการนี้จึงเป็นการจัดหา “วิธีที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย” ในการนำเสนอข้อมูล และ องค์ความรู้ผ่านช่องทางและวิธีการที่หลากหลาย
  2. Provide Options for Expression หรือ จัดเตรียมทางเลือกสำหรับการปฏิสัมพันธ์ของผู้เรียน… เนื่องจากผู้เรียนมีความสามารถ และ ทรัพยากรต่างกันเพื่อใช้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ การออกแบบตามหลักการนี้จึงหมายถึงการจัดหา “วิธีการสื่อสารที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย” เพื่อให้นักเรียนสามารถแสดงความรู้หรือแสดงทักษะของตนได้ทุกช่องทางที่สะดวก โดยแนะนำให้เป็นช่องทางการสื่อสารเพื่อปฏิสัมพันธ์แบบสองทาง
  3. Provide Options for Comprehension หรือ ให้ทางเลือกเพื่อพัฒนาความเข้าใจยิ่งขึ้นของผู้เรียน… โดยมี “แรงจูงใจของผู้เรียน” ที่ต้องการเรียนรู้ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน และ ยังต้องแตกความแตกต่างออกไปตามประเภทของกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสนใจจะมีส่วนร่วม โดยการออกแบบตามหลักการนี้จะหมายถึงการจัดเตรียมรูปแบบการเข้าร่วมกิจกรรมของหลักสูตรอย่างหลากหลาย

อย่างไรก็ตาม… ประเด็นพิจารณาทั้ง 3 หลักการจำเป็นต้องมีดัชนีบ่งชี้เพื่อการประเมินที่สอดคล้องกัน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสอดคล้องกับ Learning Outcomes ที่พึงประสงค์

ตัดจบด้วนๆ แบบนี้ก่อนน๊ะครับ… เพราะข้อมูลเกี่ยวกับ UDL Principles ที่ผมมียังถือว่าไม่มากมายจนกล้าจะลงลึกกว่านี้… ด้วยความเคารพครับ!

References…

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.