Waldorf Education… ปรัชญาการศึกษาท่ามกลางสิ่งแวดล้อมแบบอบอุ่นอ่อนโยน #ReDucation

ระบบการศึกษาที่มุ่งปลดปล่อยเด็กตั้งแต่วัยก่อนเรียนจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อ “ถอนเด็ก” ในช่วงวัยนี้ออกจากเป้าหมายวิชาการเข้มข้น และ การสอบวัดความรู้ทุกรูปแบบอย่างแสนสาหัส รวมทั้งกระเป๋าหนังสือหนาหนัก กับ การบ้านห้าวิชาสิบวิชาทุกสัปดาห์ ซึ่งทำลาย “เวลา และ โอกาส” ที่จะได้ใช้สมองและสติปัญญากับเรื่องสร้างสรรค์… ซึ่งหาจากครูและโรงเรียนได้ยากมากอย่างชัดเจน

ระบบการศึกษาที่มุ่งถอนเด็กออกจากภาระ “เรียน–สอบ” แบบไม่ลืมหูลืมตาที่มีชื่อเสียงอีกระบบหนึ่งมีชื่อว่า Waldorf Education หรือ Steiner Education อันเป็นปรัชญาการศึกษาที่ Dr. Rudolf Steiner พัฒนาแนวทางการเรียนการสอนบนความเชื่อที่ว่า… สิ่งแวดล้อมที่ดีจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้ดี โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีจิตใจละเอียดอ่อน ก็มักจะซึมซับเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมได้อย่างดี… 

ระบบการศึกษาตามปรัชญา Waldorf จึงสำคัญที่การจัดบรรยากาศทั้งในและนอกชั้นเรียน ที่ต้องให้ความสำคัญต่อความงดงามที่เป็นธรรมชาติ เช่น การใช้สีที่นุ่มนวล… การให้แสงธรรมชาติที่ไม่จัดจ้า… การใช้เสียงจากสิ่งแวดล้อมที่อ่อนโยน เพื่อสร้างความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยน และ สดชื่นให้เกิดขึ้นในจิตใจเด็ก ซึ่งเด็กๆ จะมีพลัง ตื่นตัว และ มีสมาธิในการเรียนรู้ได้ง่าย

โรงเรียนที่ใช้แนวทางการเรียนการสอนแบบ Waldorf หรือ วอลดอร์ฟ จึงเป็นการศึกษาแบบบูรณาการวิชาการไปกับกิจกรรรมสร้างสรรค์ต่างๆ โดยมีครูคอยดูแล และ ช่วยเหลือนักเรียน โดยเฉพาะการจัดบรรยากาศในการเรียนการสอนที่เน้นความงดงามสุขสงบตามหลักธรรมชาติทั้งกิจกรรมกลางแจ้ง และ ในห้องเรียน เพื่อพัฒนาเด็กๆ ให้เป็นผู้มีบุคลิกภาพที่สมดุล กลมกลืนไปกับโลก และ สิ่งแวดล้อม โดยได้ใช้พลังงานทุกด้านอย่างพอเหมาะ

ครู และ โรงเรียนในระบบการศึกษาแบบวอลดอร์ฟแต่ละแห่งจึงแตกต่างจากอิสระในการกำหนดเนื้อหาหลักสูตร วิธีการสอน รวมทั้งรูปแบบ และ ธรรมาภิบาลในการประเมินนักเรียน ซึ่งเน้นบริบทแวดล้อมการเรียนรู้มากกว่าจะใช้เพียง “ข้อสอบ และ การสอบ” ซึ่งจะถูกให้ความสำคัญก็ต่อเมื่อเด็กๆ เติบโตขึ้นจนเข้าใจและพร้อมจะเข้าสู่การแข่งขันในระบบการศึกษาหลักของสังคม โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อันเป็นต้นทางของการเลือกอาชีพเพื่อเข้าเรียนในระดับที่สูงขึ้น

โรงเรียนวอลดอร์ฟแห่งแรกเปิดในเมือง Stuttgart ประเทศเยอรมนีในปี 1919 ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในระบบการศึกษาที่แพร่หลายไปทั่วโลก ซึ่งมีทั้งโรงเรียนอนุบาล… โรงเรียนเอกชน… Waldorf Homeshooling และ โรงเรียนของรัฐบาลแบบ Waldorf-Based Public Schools ในเยอรมนี สหรัฐอเมริกา และ เนเธอแลนด์

ในประเทศไทย… โรงเรียนวอลดอร์ฟกำลังเป็นที่นิยมของผู้ปกครองหัวก้าวหน้า ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายของผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ต้องชั่งใจว่าควรจะพาบุตรหลานข้ามผ่านภาระ “เรียน–สอบ” ที่ระบบการศึกษากระแสหลัก ยังคงเอาเป็นเอาตายกับการประเมินความรู้ และ สติปัญญาเด็กๆ ด้วยมาตรฐานข้อสอบและการสอบ และ เน้นพัฒนาเด็กๆ ด้วยชุดความรู้ที่ต้องบรรจุลงสมองให้ได้มากที่สุดกันตั้งแต่อนุบาล ซึ่งปิดกั้นโอกาสสั่งสมและสร้างสรรค์องค์ความรู้ผ่านประสบการณ์ส่วนตัวของเด็ก… ซึ่งผู้ปกครองต้องพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบก่อนจะตัดสินใจส่งลูกไปเรียนกับโรงเรียนแบบวอลดอร์ฟ

References…

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Recent Posts