Khao Yai Thiang

Wind Hydrogen Hybrid System และ กังหันลมไฮบริดที่ลำตะคอง #SustainablePlanet

ประเทศไทยมีกังหันลมสำหรับผลิตไฟฟ้าน้อยมาก ถึงแม้ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2561-2580 หรือ Alternative Energy Development Plan 2018-2037 ประเทศไทยกำหนดเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเอาไว้สูงถึง 3,000 MW เมื่อสิ้นสุดแผนในปี พ.ศ. 2580… ซึ่งภาพรวมตามตัวเลขที่หาเอกสารอ้างอิงได้ ปัจจุบันมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเข้าระบบแล้ว รวมทั้งสิ้นราว 1,421 MW… และ นโยบายจากภาครัฐ จะปิดการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานลมเข้าสู่ระบบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป เป็นเวลา 10 ปี ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2561-2580 หรือ Power Development Plan 2018 หรือ PDP2018… ยกเว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงแผน PDP ในอนาคต… แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นเอกชนหากต้องการผลิตไฟฟ้าจากพลังลมใช้เอง

ปัญหาก็คือ… การติดตั้งกังหันลมในประเทศไทยมีศักยภาพในการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบได้น้อยกว่า 30% ของกำลังผลิต เพราะสภาพภูมิประเทศของไทยมี “พลังงานลม” ไม่เหมาะสมกับวิธีการผลิตไฟฟ้าทางเลือกในแนวทางนี้ ยกเว้นบางพื้นที่ ซึ่งยังมีปัญหาติดขัดในการขออนุญาตก่อสร้าง และ การติดตั้งใช้งานที่ต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม… ซึ่งถ้าติดตั้งกังหันลมขนาดใหญ่ใกล้ชุมชน ก็จำเป็นต้องได้รับการยินยอมจากชุมชนด้วย เพราะกังหันลมมีเสียงรบกวนในขณะทำงาน รวมทั้งความกังวลใจของคนในชุมชนต่ออุบัติเหตุจากกังหันลมด้วย

อย่างไรก็ตาม… โครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าลำตะคอง หรือ กังหันลมเขายายเที่ยง ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าจ่ายเข้าระบบมาแล้วระยะหนึ่ง ก็เดินหน้าแผนกังหันลมผลิตไฟฟ้าลำตะคองระยะที่ 2 จนสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560… ซึ่งการลงทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของประเทศไทยในรอบนี้ ถือว่า “คิดไกล” จนถือได้ว่าเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เอาเทคนิคการผลิตไฟฟ้าแบบไฮบริด หรือ Hybrid มาใช้เพิ่มศักยภาพให้กังหันลมสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้มากขึ้น และ เสถียรขึ้น… โดยจ่ายกระแสไฟฟ้าจากกังหันลมไปผลิต Green Hydrogen แทนการจ่ายเข้าระบบโดยตรง แล้วจึงนำไฮโดรเจนไปผ่านเซลล์เชื้อเพลิง หรือ Fuel Cell เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าอีกที ทำให้กังหันลมสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อมูลทั่วไปของโครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าลำตะคอง ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอ่างพักน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคอง เป็นพื้นที่ที่มีความเร็วลมอยู่ในช่วง 6.52 – 6.82 เมตรต่อวินาที และ วางแผนการลงทุนโดย EGAT หรือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1  มีการติดตั้งกังหันลม ขนาด 1.25 MW จำนวน 2 ต้น รวมกำลังผลิต 2.5 MW จ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ได้เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2552… ระยะที่ 2 มีการติดตั้งกังหันลม ขนาด 2 MW จำนวน 12 ต้น รวมกำลังผลิต 24 MW จ่ายไฟเข้าระบบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ตามแผน PDP ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย…  ซึ่งระยะที่สองนี่เองที่มีการนำระบบพัฒนาเสถียรภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมภายใต้โครงการไฮบริดกังหันลมไฮโดรเจน หรือ Wind Hydrogen Hybrid System มาใช้

โครงการไฮบริดกังหันลมไฮโดรเจน หรือ Wind Hydrogen Hybrid System ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยยังถือว่าเป็นโครงการเชิงศึกษาวิจัยเพื่อถอดบทเรียนทุกมิติ ทั้งในประเด็นวัสดุอุปกรณ์ และ การผลิตไฟฟ้า… ประเด็นเชื้อเพลิงไฮโดรเจน และ อื่นๆ ซึ่ง EGAT ใช้เงินลงทุนในโครงการ Wind Hydrogen Hybrid System ไปราว 330 ล้านบาท… และได้ต่อยอดเป็นโครงการ Wind Hydrogen Hybrid System ที่แม่เมาะแล้วด้วย 

สุดท้าย… ท่านที่สนใจลงทุนทำโครงการ Green Hydrogen Hybrid System จาก Solar Cell และหรือ กังหันลม ทั้งเพื่อขายไฟฟ้าเข้าระบบ หรือ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดก็ตามแต่ และ ต้องการเพื่อร่วมงาน… Line ID: dr.thum ครับ!

References…

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.