Zoom Conference

Zoom Dysmorphia… เกลียดหน้าตัวเองในจอประชุม #SelfInsight

การประชุมออนไลน์อันยาวนาน ชวนง่วง และ แสนเบื่อเพราะต้องนั่งอยู่คนเดียว แต่ต้องปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ โดยส่วนใหญ่ก็ต้องเปิดกล้องให้เห็นหน้าเห็นตา และ รู้ว่าทีมยังคงสนใจจะพูด จะคุยและยังฟังกันอยู่… หลายคนคงอดไม่ได้ที่จะมองภาพ และ ความเคลื่อนไหวของตัวเองในจอไปด้วย พร้อมๆ กับความคิดในหัวก็เริ่ม บูลลี่ หรือ Bully หน้าตาตัวเอง แล้วก็หวั่นไหวไปกับคำบูลลี่ตัวเองจากความคิดตัวเอง จนสุดท้ายทำให้รู้สึกไม่ชอบหน้าตัวเอง และพาลเกลียดเครื่องหน้าของตัวเอง ตั้งแต่ปลายผมบนสุดไปจนถึงรอยยับเล็กๆ ที่เชื่อว่าจะโตขึ้นมาเป็นรอยตีนกาเหยียบหน้าตัวเอง จนทำให้ยิ่งไม่น่าดูเข้าไปอีก

อาการที่ว่ามีคำเฉพาะเรียกว่า… ซูม ดิสมอร์เฟีย หรือ Zoom Dysmorphia ซึ่งเป็นอาการที่เกิดอย่างแพร่หลายในช่วงโควิดระบาด ที่ทำให้คนต้อง WFH หรือ Work From Home ในช่วงล็อคดาวน์ และ Zoom Dysmorphia มักจะมาพร้อมกับ Zoom Fatigue หรือ ความอ่อนล้าจากการประชุมออนไลน์ กระทบต่อสภาพจิตใจระหว่างปฏิสัมพันธ์ออนไลน์จนส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง… ซึ่งหลายกรณีทำให้หลายทีมประเมินผลงานจากการทำงานออนไลน์เบี่ยงเบน จนต้องหาทางลดบริบทการประชุมออนไลน์ และ การทำงานร่วมกันในระยะไกล… และสูญเสียโอกาสที่ไม่ควรจะเสีย

ประเด็นก็คือ… Zoom Dysmorphia เป็นเรื่อง “ความมั่นใจในตัวเอง” ที่เกิดจากทัศนคติต่อการมองภาพตัวเอง หรือ Self-Image ที่ได้เห็นหน้าตาตัวเองนานๆ ระหว่างประชุมออนไลน์ และเห็น “จุดบกพร่อง” บนใบหน้า และ ร่างกายส่วนอื่นๆ จนสูญเสียความเชื่อมั่น… ซึ่งการประชุมแบบ Face-to-Face จะไม่มีภาพของตนเองให้มองระหว่างพูดคุยเหมือนได้ส่องกระจกนานๆ แบบนี้ การเห็นหน้าตัวเองกับสิวหนึ่งเม็ดในจอจึงบั่นทอน “สมาธิในการร่วมพูดคุย โดยเฉพาะในระหว่างที่เป็นผู้ฟัง” จนอาจทำให้ประเด็นในการร่วมพิจารณาดูติดขัดไม่ราบรื่น… โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีอาการ  Zoom Dysmorphia ของทุกคนที่เข้าร่วมสนทนากันในการประชุมออนไลน์นัดนั้น

Shadi Kourosh แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านผิวหนังจากวิทยาลัยแพทย์ Harvard Medical School พบการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยที่มีทัศนคติเป็นลบต่อตัวเองจากการมองเห็นตนเองในจอประชุมออนไลน์… ซึ่งเป็นผลกระทบจากการจ้องมองตนเองเป็นเวลานานถึงขั้นพินิจพิเคราะห์… ซึ่งมุมกล้อง และ มุมมองจากแอพพลิเคชั่นประชุมออนไลน์ จะต่างจากมุมกล้องจากการถ่ายภาพแบบเซลฟี่ ที่คนส่วนใหญ่เลือกมุมกล้อง และ ส่วนประกอบการถ่ายภาพที่ตัวเองชอบได้มากกว่า ในขณะที่มุมกล้อง และ ภาพเคลื่อนไหวที่ได้จากแอพพลิเคชั่นประชุมออนไลน์ ไม่มีทางเลือกใดๆ ให้ความเชื่อมั่นส่วนตัวในเรื่องภาพลักษณ์เลย

การซูม หรือ การประชุมออนไลน์ที่ทำให้เราเห็นตัวเองราวกับว่ากำลังส่องกระจกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจุดบกพร่องบนใบหน้าที่เห็นเองเป็นเวลานานๆ จนหมกมุ่น และ อยากปกปิดปรับเปลี่ยนเครื่องหน้าตัวเองตั้งแต่ใช้เครื่องสำอาง ไปจนถึงคิดศัลยกรรมกันเลยทีเดียว… การออกแบบสำรวจเก็บข้อมูลเชิงสถิติโดย Shadi Kourosh ร่วมกับแพทย์ผิวหนังและความงามกว่า 100 คนพบว่า… ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามกว่า 50% พบคนไข้ขอ Cosmetic Consultation หรือ  คำปรึกษาเรื่องความงามแม้จะอยู่ท่ามกลางการระบาดใหญ่… นอกจากนั้น ยังมีรายงานจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมผิวหนังและความงามทั่วโลก ระบุถึงจำนวนคนไข้ศัลยกรรมความงามที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางการระบาดใหญ่อย่างสอดคล้องกัน… 

Dr. Fugen Neziroglu นักจิตวิทยา และ ผู้อำนวยการศูนย์ Bio Behavioral Institute ในลองไอส์แลนด์ ระบุว่า… Zoom Dysmorphia ไม่ใช่อะไรใหม่ แต่เป็นอาการ Body Dysmorphic Disorder หรือ BDD ที่มีสาเหตุการเกิดแบบใหม่จากการประชุมออนไลน์ และ เห็นหน้าตัวเองนานขึ้น และ บ่อยขึ้นเท่านั้นเอง

ที่คลินิคความงาม Nubian Medical Aesthetics ของ Dr. Zama Tladi ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ความงามในเมือง Pretoria ประเทศแอฟริกาใต้… เธอพบคนไข้ขอปรึกษาเรื่องความงาม และ ทำศัลยกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก… ซึ่งเธอจะส่งคนไข้ไปปรึกษาจิตแพทย์ก่อนในระยะหลัง ด้วยเหตุผลที่ว่า… เธอไม่สามารถมอบความงาม หรือ การศัลยกรรมเพื่อแก้ไขความบกพร่องที่มองไม่เห็นแบบ Body Dysmorphic Disorder หรือ BDD ได้

คำแนะนำเบื้องต้นในกรณีที่รู้สึกว่าหน้าตัวเองบนจอไม่เป็นที่ถูกใจเท่าไหร่ก็คือ… เบื้องต้นควรมีการเตรียมจัดแสงให้เพียงพอ จนไม่เกิดเงามืดบนใบหน้าตลอดการร่วมประชุมออนไลน์ และ ถ้าสามารถทำ Vloggers Lighting Setups หรือ เทคนิคการจัดแสงแบบ Vlogger ได้ก็จะช่วยได้มาก

ส่วนความรู้สึกที่ยังค้างคา และ หมกมุ่นกับหน้าตา หรือ บุคลิกภาพของตัวเองในกล้องอยู่… บางกรณีอาจจะต้องฝึกซ้อมและทดลองแต่งหน้า ใช้เครื่องสำอาง หรือ ของใช้ปรับบุคลิกภาพเช่น แว่นตา หรือ ที่คาดผมเป็นต้น… กรณีการแต่งหน้าของสุภาพสตรีอาจจะพิจารณาแต่งหน้าเข้มขึ้นเป็นพิเศษเหมือนงานสำคัญๆ เพื่อให้ได้ภาพออกมาเป็นที่พอใจมากกว่า… และเลิกบูลลี่ตัวเอง

ส่วนที่เกินกว่านั้น และ ช่วยตัวเองไม่ไหว… การไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อหาคนช่วยเหมือนบางคนเป็นสิวต้องไปหาหมอ แต่บางคนไม่… ก็ถือว่าดีกว่าการทนดูหน้าตัวเองแล้วเกลียดกันมากขึ้นทุกวัน

ประมาณนั้นครับ!!!

References…

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Recent Posts